Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

การแข่งขัน One Make Race คืออะไร? และน่าสนใจยังไง

Published

on

Toyota One Make Race

การแข่งขัน One Make Race คืออะไร? และน่าสนใจยังไง

สำหรับคนที่หลงใหลในความเร็วหรือชื่นชอบวงการมอเตอร์สปอร์ตคงเคยได้ยินชื่อการแข่งขัน one make race สำหรับบางคนก็อาจจะไม่คุ้นกับชื่อนี้ โตโยต้าริชนำรายละเอียดเกี่ยวกับการแข่งขันในรูปแบบ one make race มาฝากกันครับ

การแข่งขัน One Make Race ในประเทศไทย จัดครั้งแรกตั้งแต่ปี 1986 โดยรายการแข่งขันใช้รถยนต์ Toyota Starlet ในการแข่งขัน เนื่องจากทาง Toyota อยากสร้างนักแข่งหน้าใหม่เข้ามาในวงการมอเตอร์สปอร์ตมากขึ้น จึงได้จัดการแข่งขัน Toyota Starlet One Make Race ขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันที่ใช้รุ่นรถ เครื่องยนต์ และปรับแต่งรถที่ใกล้เคียงกัน เพื่อวัดกันฝีมือของนักแข่ง หลังจากการแข่งในครั้งนั้นก็จะใช้รถยนต์พื้นฐานของรถ Toyota เช่น Toyota Hilux One Make Race, Toyota Corolla One Make Race จนถึงปี 2003 จึงเริ่มก่อตั้งเป็น Toyota Motorsport และเริ่มทำ Toyota Vios One Make Race Toyota Yaris One Make Race และ Toyota Corolla Altis One Make Race

ปัจจุบันนี้ Toyota One Make Race นั้นแบ่งการแข่งขันเป็น 2 รุ่น คือ Toyota Corolla Altis One Make Race และ Toyota Vios One Make Race ซึ่งรถที่ใช้ในการแข่งขันนั้น จะต้องใช้อะไหล่เหมือนกันหมด เช่น บอดี้, เครื่องยนต์, โรลบาร์ หรือแม้กระทั่งล้อและยาง เพื่อวัดกันเน้นๆที่ฝีมือผู้ขับ รถที่นำมาใช้แข่งขันจะถูกผลิตขึ้นโดยบริษัท TRD Thailand ซึ่งอะไหล่ส่วนใหญ่ก็จะใช้อุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน เพื่อให้หน้าใหม่ที่เข้ามาแข่งขันในวงการมอเตอร์สปอร์ตสนุกกับการแข่งขันและไม่ต้องใช้ต้นทุนมาก อะไหล่ทุกชิ้นก็สามารถซื้อหาได้ตามโชว์รูม และมีการลดราคาอะไหล่ให้สำหรับนักแข่งอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นอะไหล่ภายนอก หรืออะไหล่ของเครื่องยนต์

กล่าวโดยสรุปก็คือ การแข่งขันแบบ One Make Race จะใช้รถที่มีพื้นฐานเครื่องยนต์เหมือนๆกันรวมไปถึงอะไหล่ เพื่อไม่ให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบกัน หรือเรียกว่าวัดกันที่ฝีมือล้วนๆนั่นเองครับ อีกทั้งยังต้องการให้นักแข่งมือใหม่รู้สึกสนุกกับการแข่งและใช้ต้นทุนที่ไม่สูงมาก ผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือมีนักแข่งหน้าใหม่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตมากขึ้นนั่นเองครับ

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

รู้หรือไม่…สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์แล้วสามารถวิ่งต่อได้อีกเท่าไร

Published

on

By

สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์เราสามารถวิ่งต่อได้อีกกี่กิโลเมตร ?
เมื่อสัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันสว่างขึ้นคนส่วนใหญ่จะคิดว่าน้ำมันรถของคุณหมดไม่เหลืออยู่ในถังแล้ว
แต่ที่จริงนั้นรถของคุณจะยังมีน้ำมันในถังเหลืออยู่ประมาณ 8-11 ลิตร แล้วแต่รุ่นรถ (อ้างอิงตามผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา)
หรือประมาณเกือบ 100 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่นรถของคุณเพื่อให้คุณสามารถหาปั๊มน้ำมันเติมได้

ข้อแนะนำ
1. หากเห็นว่าน้ำมันใกล้หมดก็ควรเติมเสียก่อน เพราะการทำงานของระบบวัดระยะทางของรถแต่ละคันจะแตกต่างกันไป หากขับรถเจอจราจรติดขัด ระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจต่ำกว่าในข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นได้
2. ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถังบ่อยๆเพราะอาจะมีปัญหาเกี่ยวกับปั๊มเชื้อเพลิงในอนาคตได้
3. ก่อนเดินทางไกลควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง และศึกษาเส้นทาง ปั๊มน้ำมันตามจุดๆต่างๆ ที่เราผ่านในเส้นทางนั้น

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Published

on

By


แม่เป็นคำนิยามสั้นๆ แต่ความหมายลึกซึ้ง เป็นความผูกพันที่ไม่มีวันหายจากกัน
เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข เป็นความจริงใจที่ไม่มีวันผันแปร
คุณอาจจะรักคนทั้งโลกได้แต่คุณจะไม่ได้รับความรักจากคนทั้งโลกเท่ากับความรักของแม่ที่มีให้คุณ
อย่าอายที่จะบอกรักแม่ อย่ากลัวที่จะทำเพื่อแม่ อย่าได้แต่คิดที่จะทำ….ให้แม่
เพราะแม่ไม่เคยอาย ไม่เคยกลัว และไม่เคยแค่คิดที่จะทำให้เราเลยสักครั้ง
อย่าให้เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างไร้ความหมาย …….
บริษัท โตโยต้าริช จำกัด ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระลึกและตอบแทนพระคุณของแม่
วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

จอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น มีความผิดตามกฎหมาย!?

Published

on

By

จากข่าวที่กำลังเป็นกระแสโดยการจอดรถขวางหน้าบ้านจนทำให้เจ้าของบ้านเดือดร้อน เชื่อว่าหลายๆคนได้ให้ความสำคัญกับข่าวนี้เป็นอย่างมากและมีคำถามตามมาในภายหลังว่าการจอดรถหน้าบ้านผู้อื่นจนทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร วันนี้มีคำตอบครับ

ตามกฎหมาย มาตรา 397 ได้กล่าวไว้ว่า “ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท”

เทียบเคียงฎีกา 1908/2518 “จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุ เป็นเพียงขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น ส่วนตัวโจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยได้ การกระทำของจำเลย ยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310* แต่เป็นการรังแกข่มเหงทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ แม้ซอยนั้นจะอยู่ในที่ดินของผู้มีชื่อซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้าน แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397”

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการจอดรถขวางหน้าบ้านผู้อื่นมีความผิดตามกฎหมาย สำหรับใครที่ทราบแบบนี้แล้วเวลาเดินทางแล้วจะหาที่จอดรถก็อยากให้ระมัดระวังกันด้วยนะครับว่าจะคุณไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างน้อยก็อยากให้ถือคติเอาใจเขามาใส่ใจเรากันให้เยอะๆคิดกลับกันว่าถ้าหากเราตกอยู่ในสถานะเจ้าบ้านที่ได้รับผลกระทบแบบนี้แล้วเราก็คงไม่แฮปปี้สักเท่าไหร่

หมายเหตุ : ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Continue Reading

Trending