Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

รถยนต์ไฮบริดคืออะไร? และทำงานอย่างไร?

Published

on

ในปัจจุบันรถยนต์มีการพัฒนาในหลายๆด้านอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี สมรรถนะและความปลอดภัย แต่หนึ่งในการพัฒนาที่สำคัญคือเรื่องของการใช้พลังงานที่ไม่ได้มีแค่น้ำมันอีกต่อไป โดยมีพลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกมากขึ้น “ระบบไฮริด” ก็เป็นทางเลือกนึงที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ แล้วรถยนต์ไฮบริดคืออะไรและทำงานอย่างไร วันนี้โตโยต้าริชมีคำตอบครับ

          รถยนต์ไฮบริด คือรถยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อน 2 ระบบ โดยใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันและกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ทำงานร่วมกันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการขับขี่นั่นเองครับ ข้อดีของเจ้าไฮบริดก็คือช่วยประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากๆ รวมถึงช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีกว่ารถยนต์ทั่วไป

          การทำงานของระบบไฮบริด

          ระบบไฮบริดจะทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยแบ่งการทำงานตามช่วงการขับขี่ ดังนี้

  • ช่วงออกตัว ในช่วงเริ่มขับเคลื่อนระบบจะใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งทำงานด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว เนื่องจากมอเตอร์ไฟฟ้าจะให้แรงบิดในรอบต่ำได้ดีกว่าเครื่องยนต์ เหมาะกับสภาวะการออกตัวของรถยนต์ที่นุ่มนวลและเหมาะกับการออกตัวที่สุด
  • ช่วงขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ เครื่องยนต์ไม่สามารถให้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ แต่มอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดและพลังงานได้ดีกว่า ระบบไฮบริดจึงใช้พลังงานไฟฟ้าที่เก็บอยู่ในแบตเตอรี่เพื่อขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว
  • ช่วงขับขี่ด้วยความเร็วปกติ ในช่วงนี้จะใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเป็นหลัก เพราะอยู่ในช่วงที่เครื่องยนต์ให้ประสิทธิภาพและใช้พลังงานที่ดีที่สุด พลังงานจากน้ำมันจะถูกนำไปใช้กับการขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อโดยตรงขึ้นอยู่กับการขับขี่ พลังงานส่วนเกินจะถูกแปลงไปเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้วเก็บไว้ในแบตเตอรี่ไฮบริด
  • ช่วงเร่งเครื่องยนต์ เมื่อมีการเร่งเครื่องยนต์อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะในกรณีขึ้นทางลาดชันหรือจังหวะเร่งแซง พลังงานจากแบตเตอรี่ไฟฟ้าจะถูกส่งไปขับเคลื่อนเสริมกับเครื่องยนต์
  • ช่วงลดความเร็ว/เบรก ในจังหวะนี้ระบบไฮบริดจะใช้พลังจลที่เกิดขึ้นทำให้ล้อหมุนมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งทำหน้าที่เสมือนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและใช้พลังงานความร้อนจากการเบรกหรือลดความเร็วแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้วส่งไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่เพื่อใช้งานในต่อๆไป
  • ช่วงหยุดอยู่กับที่ เครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติต่อเมื่อรถยนต์ได้หยุดอยู่กับที่

โดยรวมแล้ว รถยนต์ระบบไฮบริดถูกออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยมลพิษ ช่วยเรื่องการประหยัดน้ำมัน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดีกว่ารถยนต์ทั่วๆไป ถ้าหากใครที่อยากมีรถที่ตอบโจทย์เรื่องประหยัดน้ำมันและช่วยรักษ์โลกไปในตัว รถยนต์ไฮบริดก็เป็นทางเลือกที่ดีมากๆทางนึงครับ

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

รู้หรือไม่…สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์แล้วสามารถวิ่งต่อได้อีกเท่าไร

Published

on

By

สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์เราสามารถวิ่งต่อได้อีกกี่กิโลเมตร ?
เมื่อสัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันสว่างขึ้นคนส่วนใหญ่จะคิดว่าน้ำมันรถของคุณหมดไม่เหลืออยู่ในถังแล้ว
แต่ที่จริงนั้นรถของคุณจะยังมีน้ำมันในถังเหลืออยู่ประมาณ 8-11 ลิตร แล้วแต่รุ่นรถ (อ้างอิงตามผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา)
หรือประมาณเกือบ 100 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่นรถของคุณเพื่อให้คุณสามารถหาปั๊มน้ำมันเติมได้

ข้อแนะนำ
1. หากเห็นว่าน้ำมันใกล้หมดก็ควรเติมเสียก่อน เพราะการทำงานของระบบวัดระยะทางของรถแต่ละคันจะแตกต่างกันไป หากขับรถเจอจราจรติดขัด ระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจต่ำกว่าในข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นได้
2. ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถังบ่อยๆเพราะอาจะมีปัญหาเกี่ยวกับปั๊มเชื้อเพลิงในอนาคตได้
3. ก่อนเดินทางไกลควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง และศึกษาเส้นทาง ปั๊มน้ำมันตามจุดๆต่างๆ ที่เราผ่านในเส้นทางนั้น

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Published

on

By


แม่เป็นคำนิยามสั้นๆ แต่ความหมายลึกซึ้ง เป็นความผูกพันที่ไม่มีวันหายจากกัน
เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข เป็นความจริงใจที่ไม่มีวันผันแปร
คุณอาจจะรักคนทั้งโลกได้แต่คุณจะไม่ได้รับความรักจากคนทั้งโลกเท่ากับความรักของแม่ที่มีให้คุณ
อย่าอายที่จะบอกรักแม่ อย่ากลัวที่จะทำเพื่อแม่ อย่าได้แต่คิดที่จะทำ….ให้แม่
เพราะแม่ไม่เคยอาย ไม่เคยกลัว และไม่เคยแค่คิดที่จะทำให้เราเลยสักครั้ง
อย่าให้เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างไร้ความหมาย …….
บริษัท โตโยต้าริช จำกัด ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระลึกและตอบแทนพระคุณของแม่
วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

จอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น มีความผิดตามกฎหมาย!?

Published

on

By

จากข่าวที่กำลังเป็นกระแสโดยการจอดรถขวางหน้าบ้านจนทำให้เจ้าของบ้านเดือดร้อน เชื่อว่าหลายๆคนได้ให้ความสำคัญกับข่าวนี้เป็นอย่างมากและมีคำถามตามมาในภายหลังว่าการจอดรถหน้าบ้านผู้อื่นจนทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร วันนี้มีคำตอบครับ

ตามกฎหมาย มาตรา 397 ได้กล่าวไว้ว่า “ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท”

เทียบเคียงฎีกา 1908/2518 “จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุ เป็นเพียงขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น ส่วนตัวโจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยได้ การกระทำของจำเลย ยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310* แต่เป็นการรังแกข่มเหงทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ แม้ซอยนั้นจะอยู่ในที่ดินของผู้มีชื่อซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้าน แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397”

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการจอดรถขวางหน้าบ้านผู้อื่นมีความผิดตามกฎหมาย สำหรับใครที่ทราบแบบนี้แล้วเวลาเดินทางแล้วจะหาที่จอดรถก็อยากให้ระมัดระวังกันด้วยนะครับว่าจะคุณไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างน้อยก็อยากให้ถือคติเอาใจเขามาใส่ใจเรากันให้เยอะๆคิดกลับกันว่าถ้าหากเราตกอยู่ในสถานะเจ้าบ้านที่ได้รับผลกระทบแบบนี้แล้วเราก็คงไม่แฮปปี้สักเท่าไหร่

หมายเหตุ : ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Continue Reading

Trending