Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

BOS (Brake Override System) เทคโนโลยีเจ๋งๆที่มีในรถโตโยต้า

Published

on

ฺBOS (Brake Override System)

Brake override System เทคโนโลยีเจ๋งๆที่มีในรถโตโยต้า

อาการคันเร่งค้าง เป็นอุบัติเหตุที่มักได้ยินกันบ่อยๆ แต่รู้หรือไม่ว่าสามารถเกิดขึ้นได้กับรถยนต์ในรุ่นเก่าๆที่เป็นคันเร่งแบบสายสลิง ดังนั้นการหมั่นบำรุงรักษารถยนต์ก็เป็นทางนึงที่ช่วยป้องกันคันเร่งค้างได้ครับ ส่วนวิธีแก้สำหรับคันเร่งค้างทางโตโยต้าริชก็ได้เคยทำบทความไปไว้แล้ว ที่นี่

ในปัจจุบันในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนามากกว่าแต่ก่อนก็ทำให้รถยนต์ในปัจจุบันเปลี่ยนระบบการจ่ายเชื้อเพลิงจากคาร์บูเรเตอร์มาเป็นแบบหัวฉีด และหันมาใช้คันเร่งไฟฟ้ากันหมดแล้ว จึงทำให้โอกาสที่จะเกิดคันเร่งค้างนั้นน้อยมากๆ แต่ทางโตโยต้าเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจจึงได้นำเอาระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยนึงที่เจ๋งมากๆคือ BOS (Brake Override System) เข้ามาใช้ในรถยนต์ทุกรุ่นตั้งแต่ปี 2010 และปัจจุบันระบบนี้ก็มีอยู่ในรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่นเรียบร้อยครับ

ขอบคุณวิดีโอจาก : youtube.com

ระบบ BOS หรือ Brake Override System เป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ป้องกันการเกิดคันเร่งค้าง เมื่อเหยียบเบรกพร้อมกับคันเร่ง รถจะทำการตัดกำลังเครื่องยนต์จากคันเร่งเพื่อชะลอหรือลดความเร็วนั่นเองครับ เพราะในรถยนต์ที่มีระบบ BOS ตรงแป้นเบรกและคันเร่งจะมีเซ็นเซอร์เพื่อตรวจจับความผิดปกติของรถอยู่ เมื่อเหยียบเบรกพร้อมกับคันเร่ง ตัวเซ็นเซอร์จะส่งสัญญาณไปที่กล่อง ECU เพื่อบอกว่าการเหยียบแป้นพร้อมกับเป็นลักษณะการขับขี่ที่ไม่ปกติ จากนั้นระบบก็จะทำการตัดกำลังเครื่องยนต์เพื่อชะลอหรือลดความเร็วครับ ระบบนี้จะถูกโปรแกรมคำสั่งเพื่อให้แป้นเบรกตัดกำลังคันเร่งเท่านั้น แต่ทั้งนี้ก็จะมีการโปรแกรมระบบที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น โปรแกรมเงื่อนไขเข้าไปว่าระบบ BOS จะทำงานก็ต่อเมื่อเหยียบแป้นคันเร่งก่อนแล้วเหยียบเบรกตามเท่านั้น ระบบจึงจะทำงาน ในทางตรงกันข้ามถ้าเหยียบเบรกก่อนแล้วเหยียบคันเร่งตาม รถก็ยังจะเคลื่อนที่ได้ (เพราะระบบถือว่าการขับแบบนี้เป็นการขับที่ปกติ เป็นการขับหรือออกตัวรถในทางสูงชันนั่นเอง) แต่ทางโตโยต้าเองก็มีรายละเอียดที่ซับซ้อนกว่านั้น คือ “ต้องมีการเหยียบแป้นคันเร่งก่อน จากนั้นเหยียบแป้นเบรกหนักๆค้างไว้มากกว่า 1 วิ ที่ความเร็วรถมากกว่า 8 กิโลเมตร/ชั่วโมง ระบบจึงจะทำงาน”  การระบุเงื่อนไขเวลาเพิ่มเข้าไปเพื่อเช็คว่ารถเกิดอาการผิดปกติจริงๆ และทำให้ระบบ BOS ทำงานได้อย่างถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้นนั่นเองครับ

การที่ผู้ผลิตเพิ่มเทคโนโลโยความปลอดภัยนี้มาให้ก็มีข้อจำกัดอยู่ ก็คือ การหยุดรถนั่นเองครับ เพราะหลายๆคนคงสงสัยว่าการใช้ BOS จะสามารถใช้แทนการหยุดรถกะทันหันได้หรือไม่ ขอตอบเลยว่าใช้แทนกันไม่ได้ครับ เพราะระบบถูกออกแบบมาเพื่อชะลอความเร็วหรือเพื่อให้หยุดรถได้ปลอดภัยขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเท่านั้น ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อหยุดรถกะทันหัน ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้องจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ได้ครับ

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

การตรวจสภาพรถก่อนใช้งานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

Published

on

By

การตรวจสอบสภาพรถก่อนใช้งานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

ก่อนออกจากบ้านผู้ที่ใช้รถควรตรวจสอบสภาพก่อนใช้งานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากสภาพของรถผู้ใช้รถจะต้องตรวจสภาพรถต่างๆ ดังนี้
• ยาง ดอกยางควรมีมากเพียงพอต่อการยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่ดีแรงดันของลมยางต้อง เป็นไปตามบริษัทยางกำหนดให้
• ที่ปัดน้ำฝน ใบปัดน้ำฝนตลอดถังพักน้ำ และอุปกรณ์ปัดน้ำฝนต้องอยู่ในสภาพ ใช้งานได้ดี
• แบตเตอรี่ ตรวจสภาพแบตเตอรี่ และน้ำกลั่นว่าอยู่ระดับที่กำหนด
• หม้อน้ำ สภาพหม้อน้ำและถังพักน้ำมีน้ำอยู่ตามระดับที่ต้องการเสมอ
• ใบพัดลมและท่อยาง ตรวจสภาพใบพัดลม และท่อยางน้ำบน – ล่าง ยางอุดตาน้ำให้อยู่ใน สภาพใช้งานได้ดี
• สายพาน ต้องอยู่ในสภาพดีไม่หย่อนมีรอยปริหรือหัก
• น้ำมันต่าง ๆ ตรวจดูระดับน้ำมันเครื่อง น้ำมันเพาเวอร์พวงมาลัย น้ำมันเกียร์อัตโนมัติว่ามีน้ำมันอยู่ในระดับที่บริษัทรถแต่ละประเภทกำหนดอยู่
• เครื่องยนต์ดีเซล ควรตรวจดูไส้กรองน้ำมันโซล่า หรือถอดล้างทำความสะอาดอย่าให้มีน้ำอยู่และควรปิดฝาถังน้ำมันเชื้อเพลิงให้สนิดด้วย
• ระดับน้ำมันเบรค น้ำมันคลัชท์ ควรตรวจว่าอยู่ในระดับที่ถูกต้องและตรวจการรั่วซึมของวงจรเบรค เช่น บริเวณแม่ปั้มเบรค ลูกยางเบรคแต่ละล้อมีการรั่วซึมหรือไม่
• ตรวจดูสายไฟแรงสูง (สายหัวเทียน) อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี
• ระบบสัญญาณ และไฟแสงสว่าง ตรวจด้านหน้ารถและท้ายรถยังอยู่นาภาพที่ใช้งานได้ดี

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ ถูกต้อง !!!

Published

on

By

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง

หากใครคิดว่าการตรวจน้ำมันเครื่อง คือ การที่ตอนเช้าเปิดฝากระโปรงเสร็จแล้วดึงเหล็กออกมาดูระดับน้ำมันก่อนติดเครื่องเท่านั้นล่ะก็…. โปรดทราบว่านั่นเป็นวิธีที่ผิด !

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องก็คือ…

1. ต้องติดเครื่องทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยดึงเอาเหล็กวัดระดับน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู ! เรื่องนี้เจอการทำผิดเป็นประจำ เพราะหลายคนคิดว่า หากอยากรู้ระดับน้ำมัน ควรดึงออกมาตอนที่ไม่ติดเครื่อง ยิ่งเป็นตอนเช้าที่ยังไม่ได้ใช้ น้ำมันนอนนิ่งในเครื่องทำให้เห็นระดับน้ำมันจริงๆ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราควรมีการติดเครื่องยนต์เสียก่อนทิ้งไว้สักครู่ แล้วปิดเครื่อง จากนั้นรออีกประมาณ 3 – 5 นาที ค่อยตรวจสอบ การทำแบบนี้ทำให้เราทราบระดับของน้ำมันเครื่องในช่วงที่เครื่องทำงานจริง มีการส่งน้ำมันไปยังส่วนต่างๆ ของเครื่องแล้วว่ามันเหลืออยู่เท่าไหร่

2. การดูปริมาณน้ำมันที่ก้านวัดให้ทำ 3 ครั้ง ไม่ใช่ดึงขึ้นมาดูครั้งเดียวจบ ! เรื่องนี้ก็พบการทำผิดเสมอ หลังจากเราทำตามข้อ 1 แล้ว ให้ดึงเหล็กขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดเป็นครั้งที่ 1 จากนั้นจุ่มลงไปเอาขึ้นมาตรวจสอบเป็นครั้งที่ 2 และ เอาลงไปจุ่มแล้วดึงขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่ 3 ดูระดับน้ำมันทั้งสองครั้งหลัง เพื่อความแน่นอนว่ามีปริมาณน้ำมันเพียงพอ

3. นอกจากปริมาณน้ำมันแล้วยังต้องดูความหนืดและสีของน้ำมันเครื่องด้วย เรื่องนี้ส่วนมากไม่ได้ทำ จะดูแต่ระดับความสูงอย่างเดียว และไปเปลี่ยนตามระยะเวลา แต่ในความเป็นจริง เราควรดูสีและความหนืดของน้ำมันเครื่องด้วย น้ำมันเครื่องที่มีสีเข้มแสดงว่ามีเขม่าปนเปื้อนมาก และหากมีความหนืดน้อยแปลว่าน้ำมันเสื่อมสภาพในการหล่อลื่นแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นาน ก็จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว และระบายความร้อนได้ต่ำ ควรเปลี่ยนและควรมีการเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องด้วย

นี่เป็นวิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องที่เราควรทำเป็นประจำทุกวันก่อนที่จะใช้รถออกไปนอกบ้าน

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

Published

on

By

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

1. ตรวจเช็คระบบไล่ฝ้า
เปิดใช้งานระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แล้วตรวจดูว่าระบบทำงานปกติหรือไม่ ถ้ามีจุดใดเสียก็ให้รีบซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัย
2. ตรวจเช็กน้ำยาฉีดกระจก
เช็กระดับน้ำยาฉีดกระจกให้เต็มอยู่เสมอ โดยเติมน้ำยาฉีดกระจก ซึ่งอาจเติมน้ำเปล่าหรือซื้อน้ำยาเฉพาะมาใช้ก็ได้
3. ตรวจเช็กระบบเบรก
เริ่มด้วยการดูผ้าเบรกว่าเหลือมากน้อยขนาดไหน สังเกตลักษณะของจานเบรกว่ามีความคดหรือไม่ ดูน้ำมันเบรกว่าเหลือเท่าไหร่ถ้าน้อยก็ให้เติมลงไป
4. ตรวจเช็กสัญญาณไฟ
ช่วงฤดูหนาวที่อาจมีหมอกลงจัดในบางช่วง ทัศนวิสัยการมองเห็นจะลดน้อยลงอย่างมาก ควรตรวจสอบและเปลี่ยนหลอดไฟให้สว่างและใช้งานได้ตามปกติอยู่เสมอ

Continue Reading

Trending