Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

น้ำท่วมถึงระดับไหน ที่ไม่ควรขับลุย!!?

Published

on

เหตุการณ์ในหน้าฝนที่มักจะเกิดในทุกๆปีก็คือเหตุการณ์น้ำท่วม วันนี้แอดมินเลยนำข้อมูลเกี่ยวกับการขับรถลุยน้ำท่วมมาแชร์กัน แต่ว่า ณ ระดับน้ำต่างๆจะมีความเสี่ยงและส่งผลยังไง มาดูกัน

  • 5-10 ซม.ความสูงของน้ำ ณ ระดับนี้ถือว่าอยู่ในระดับปกติทั่วๆไปและไม่มีอันตรายใดๆกับรถทุกประเภท สามารถขับผ่านไปได้สบายๆ
  • 10-20 ซม.ความสูงของน้ำ ณ ระดับนี้ก็ยังไม่เป็นอันตรายต่อรถทุกประเภทและสามารถขับผ่านไปได้ แต่สำหรับรถเก๋งขนาดเล็กและขนาดกลางอาจจะเริ่มได้ยินเสียงน้ำที่กระทบใต้ท้องรถแล้ว และเริ่มสัมผัสได้ถึงคลื่นน้ำที่เข้ามาปะทะเวลามีรถขับสวนกัน
  • 20-40 ซม. น้ำที่ระดับนี้จะเริ่มส่งผลต่อรถขนาดเล็ก รถเก๋งขนาดกลางก็เริ่มได้รับความเสี่ยงเล็กน้อย แนะนำให้ขับขี่โดยปิดแอร์เพื่อไม่ให้พัดลมหม้อน้ำพัดเอาน้ำเข้ามาในห้องเครื่อง แต่รถกระบะยังสามารถขับผ่านไปได้อย่างฉลุย
  • 40-60 ซม. น้ำระดับนี้เป็นอันตรายต่อรถเก๋งทุกประเภท แนะนำให้เลี่ยงโดยเด็ดขาด สำหรับรถกระบะเริ่มมีความเสี่ยง
  • 60-80 ซม. แน่นอนว่าระดับน้ำที่สูงขนาดนี้จะเป็นอันตรายต่อรถทุกประเภท ถ้าไม่ชำนาญไม่ควรเสี่ยงที่จะขับลุยน้ำ
  • 80 ซม.ขึ้นไป ณ ระดับนี้เป็นระดับน้ำที่สูงที่สุดที่รถจากโรงงานจะขับผ่านไปได้ เพราะระดับน้ำจะท่วมไฟหน้ารถไปจนถึงกระโปรงรถ จึงเป็นอันตรายมากๆในการขับขี่ลุยน้ำ และรถในแต่ละรุ่นไม่ได้หมายความว่าออกแบบมาสำหรับลุยแบบสมบุกสมบัน ดังนั้นก็ต้องดูกันเป็นรุ่นๆไปครับ

เป็นไงบ้างครับสำหรับข้อมูลที่นำมาแชร์กัน ถ้าเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้ก็ต้องประเมินเผื่อไว้เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ด้วย ตามสโลแกนที่ว่า Safety First นะครับ

โตโยต้าริช เคียงข้างคุณตลอดไป

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ ถูกต้อง !!!

Published

on

By

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง

หากใครคิดว่าการตรวจน้ำมันเครื่อง คือ การที่ตอนเช้าเปิดฝากระโปรงเสร็จแล้วดึงเหล็กออกมาดูระดับน้ำมันก่อนติดเครื่องเท่านั้นล่ะก็…. โปรดทราบว่านั่นเป็นวิธีที่ผิด !

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องก็คือ…

1. ต้องติดเครื่องทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยดึงเอาเหล็กวัดระดับน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู ! เรื่องนี้เจอการทำผิดเป็นประจำ เพราะหลายคนคิดว่า หากอยากรู้ระดับน้ำมัน ควรดึงออกมาตอนที่ไม่ติดเครื่อง ยิ่งเป็นตอนเช้าที่ยังไม่ได้ใช้ น้ำมันนอนนิ่งในเครื่องทำให้เห็นระดับน้ำมันจริงๆ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราควรมีการติดเครื่องยนต์เสียก่อนทิ้งไว้สักครู่ แล้วปิดเครื่อง จากนั้นรออีกประมาณ 3 – 5 นาที ค่อยตรวจสอบ การทำแบบนี้ทำให้เราทราบระดับของน้ำมันเครื่องในช่วงที่เครื่องทำงานจริง มีการส่งน้ำมันไปยังส่วนต่างๆ ของเครื่องแล้วว่ามันเหลืออยู่เท่าไหร่

2. การดูปริมาณน้ำมันที่ก้านวัดให้ทำ 3 ครั้ง ไม่ใช่ดึงขึ้นมาดูครั้งเดียวจบ ! เรื่องนี้ก็พบการทำผิดเสมอ หลังจากเราทำตามข้อ 1 แล้ว ให้ดึงเหล็กขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดเป็นครั้งที่ 1 จากนั้นจุ่มลงไปเอาขึ้นมาตรวจสอบเป็นครั้งที่ 2 และ เอาลงไปจุ่มแล้วดึงขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่ 3 ดูระดับน้ำมันทั้งสองครั้งหลัง เพื่อความแน่นอนว่ามีปริมาณน้ำมันเพียงพอ

3. นอกจากปริมาณน้ำมันแล้วยังต้องดูความหนืดและสีของน้ำมันเครื่องด้วย เรื่องนี้ส่วนมากไม่ได้ทำ จะดูแต่ระดับความสูงอย่างเดียว และไปเปลี่ยนตามระยะเวลา แต่ในความเป็นจริง เราควรดูสีและความหนืดของน้ำมันเครื่องด้วย น้ำมันเครื่องที่มีสีเข้มแสดงว่ามีเขม่าปนเปื้อนมาก และหากมีความหนืดน้อยแปลว่าน้ำมันเสื่อมสภาพในการหล่อลื่นแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นาน ก็จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว และระบายความร้อนได้ต่ำ ควรเปลี่ยนและควรมีการเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องด้วย

นี่เป็นวิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องที่เราควรทำเป็นประจำทุกวันก่อนที่จะใช้รถออกไปนอกบ้าน

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

Published

on

By

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

1. ตรวจเช็คระบบไล่ฝ้า
เปิดใช้งานระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แล้วตรวจดูว่าระบบทำงานปกติหรือไม่ ถ้ามีจุดใดเสียก็ให้รีบซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัย
2. ตรวจเช็กน้ำยาฉีดกระจก
เช็กระดับน้ำยาฉีดกระจกให้เต็มอยู่เสมอ โดยเติมน้ำยาฉีดกระจก ซึ่งอาจเติมน้ำเปล่าหรือซื้อน้ำยาเฉพาะมาใช้ก็ได้
3. ตรวจเช็กระบบเบรก
เริ่มด้วยการดูผ้าเบรกว่าเหลือมากน้อยขนาดไหน สังเกตลักษณะของจานเบรกว่ามีความคดหรือไม่ ดูน้ำมันเบรกว่าเหลือเท่าไหร่ถ้าน้อยก็ให้เติมลงไป
4. ตรวจเช็กสัญญาณไฟ
ช่วงฤดูหนาวที่อาจมีหมอกลงจัดในบางช่วง ทัศนวิสัยการมองเห็นจะลดน้อยลงอย่างมาก ควรตรวจสอบและเปลี่ยนหลอดไฟให้สว่างและใช้งานได้ตามปกติอยู่เสมอ

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

รู้หรือไม่…สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์แล้วสามารถวิ่งต่อได้อีกเท่าไร

Published

on

By

สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์เราสามารถวิ่งต่อได้อีกกี่กิโลเมตร ?
เมื่อสัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันสว่างขึ้นคนส่วนใหญ่จะคิดว่าน้ำมันรถของคุณหมดไม่เหลืออยู่ในถังแล้ว
แต่ที่จริงนั้นรถของคุณจะยังมีน้ำมันในถังเหลืออยู่ประมาณ 8-11 ลิตร แล้วแต่รุ่นรถ (อ้างอิงตามผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา)
หรือประมาณเกือบ 100 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่นรถของคุณเพื่อให้คุณสามารถหาปั๊มน้ำมันเติมได้

ข้อแนะนำ
1. หากเห็นว่าน้ำมันใกล้หมดก็ควรเติมเสียก่อน เพราะการทำงานของระบบวัดระยะทางของรถแต่ละคันจะแตกต่างกันไป หากขับรถเจอจราจรติดขัด ระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจต่ำกว่าในข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นได้
2. ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถังบ่อยๆเพราะอาจะมีปัญหาเกี่ยวกับปั๊มเชื้อเพลิงในอนาคตได้
3. ก่อนเดินทางไกลควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง และศึกษาเส้นทาง ปั๊มน้ำมันตามจุดๆต่างๆ ที่เราผ่านในเส้นทางนั้น

Continue Reading

Trending