Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

สีรถยนต์ยอดนิยมประจำปี 2017 สีไหนเด่นสีไหนโดน

Published

on

automotive-color-popularity-2017

สีรถยนต์ยอดนิยมประจำปี 2017 สีไหนเด่นสีไหนโดน

บริษัท PPG Coating ผู้นำนวัตกรรมสียานยนต์และสารเคลือบรายใหญ่จากอเมริกาเผยสีรถยนต์ประจำปี 2017 พบว่าสีขาวยังเป็นสียอดนิยมอันดับ 1 ในทุกทวีปทั่วโลก และสีที่ยอดนิยมรองลงมาก็คือ สีดำ สีเทา และสีเงินตามลำดับ  แต่สีที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุดในปีนี้คือ “สีน้ำเงิน” เติบโตมากถึง 7% (ซึ่งในปี 2016 เติบโตเพียง 3%) และเป็นที่น่าสังเกตว่าสีน้ำเงินพบมากในกลุ่มของรถหรูถึง 5% และมีแนวโน้มความนิยมมากขึ้นในปีหน้าทั่วโลกอีกด้วย ถ้าจำแนกตามทวีปแล้ว แต่ละทวีปจะบ่งบอกถึงพฤติกรรมการบริโภคได้ต่างๆกัน เช่นในทวีปอเมริกาเหนือสีน้ำเงินจะเป็นสียอดนิยมในกลุ่มรถหรู ในเอเชียที่จีนก็เป็นสีที่นิยมในกลุ่มรถขนาดเล็ก ทวีปยุโรปผู้บริโภคเลือกใช้รถสปอร์ตสีน้ำเงินมากกว่ารถประเภทอื่นๆ

automotive-color-popularity-2017

ในแถบเอเชียผู้บริโภคเลือกรถยนต์สีขาวมากกว่าสีอื่นแบบเห็นได้ชัดมากถึง 44% รองลงมาก็เป็นสีดำ 15% สีธรรมชาติ (ทอง,เบจ,ส้ม,น้ำตาล) อยู่ที่ 10% รองลงมาก็คือสีเทาและสีแดงอยู่ที่ 7% และสีน้ำเงินที่นิยมมากขึ้นในปีนี้อยู่ที่ 6%

ทวีปยุโรปสีขาวก็ยังครองใจผู้ใช้รถยนต์ไปมากถึง 32% แต่ก็มีผู้ใช้รถยนต์สีเทาเยอะรองลงมาเป็น 18% และสีดำที่มีผู้ใช้ใกล้เคียงกันอยู่ที่ 17% ส่วนสีเทาและสีน้ำเงิน 9% สีแดงและสีธรรมชาติเพียง 7%

ทวีปอเมริกาเหนือมีสัดส่วนการเลือกสีรถยนต์ใกล้เคียงกันมากกว่าทวีปอื่น โดยนิยมใช้รถยนต์สีขาวมากถึง 25% แต่สีดำก็นิยมไม่แพ้กันตามมาที่ 21% ส่วนสีเทาความนิยมอยู่ที่ 17% สีเงินเป็นที่นิยม 13% ในส่วนสีแดงและสีน้ำเงินอยู่ที่ 10% ครับ

.

ทวีอเมริกาใต้มียอดผู้ใช้รถสีขาวมากที่สุดเช่นเดียวกับทวีปอื่นๆ ประมาณ 38% รองลงมาเป็นสีเงิน 31% ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับสีขาวพอสมควรครับ ถือว่าเป็นสองสีที่ผู้บริโภคเลือกใช้มากที่สุดมีปริมาณทิ้งสีดำมากเช่นกัน โดยสีดำมีความนิยมอยู่ที่ 10% สีเทา 9% และสีแดงที่นิยมน้อยที่สุดอยู่ที่ 8%

มาดูกันว่าปีหน้าสีน้ำเงินจะมีอัตราการเติบโตที่มากขึ้นหรือเห็นมากขึ้นในท้องถนนตามข้อมูลที่ทางบริษัท PPG คาดการณ์ไว้หรือไม่ ติดตามได้ที่นี่โตโยต้าริชครับ

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

การตรวจสภาพรถก่อนใช้งานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

Published

on

By

การตรวจสอบสภาพรถก่อนใช้งานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

ก่อนออกจากบ้านผู้ที่ใช้รถควรตรวจสอบสภาพก่อนใช้งานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากสภาพของรถผู้ใช้รถจะต้องตรวจสภาพรถต่างๆ ดังนี้
• ยาง ดอกยางควรมีมากเพียงพอต่อการยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่ดีแรงดันของลมยางต้อง เป็นไปตามบริษัทยางกำหนดให้
• ที่ปัดน้ำฝน ใบปัดน้ำฝนตลอดถังพักน้ำ และอุปกรณ์ปัดน้ำฝนต้องอยู่ในสภาพ ใช้งานได้ดี
• แบตเตอรี่ ตรวจสภาพแบตเตอรี่ และน้ำกลั่นว่าอยู่ระดับที่กำหนด
• หม้อน้ำ สภาพหม้อน้ำและถังพักน้ำมีน้ำอยู่ตามระดับที่ต้องการเสมอ
• ใบพัดลมและท่อยาง ตรวจสภาพใบพัดลม และท่อยางน้ำบน – ล่าง ยางอุดตาน้ำให้อยู่ใน สภาพใช้งานได้ดี
• สายพาน ต้องอยู่ในสภาพดีไม่หย่อนมีรอยปริหรือหัก
• น้ำมันต่าง ๆ ตรวจดูระดับน้ำมันเครื่อง น้ำมันเพาเวอร์พวงมาลัย น้ำมันเกียร์อัตโนมัติว่ามีน้ำมันอยู่ในระดับที่บริษัทรถแต่ละประเภทกำหนดอยู่
• เครื่องยนต์ดีเซล ควรตรวจดูไส้กรองน้ำมันโซล่า หรือถอดล้างทำความสะอาดอย่าให้มีน้ำอยู่และควรปิดฝาถังน้ำมันเชื้อเพลิงให้สนิดด้วย
• ระดับน้ำมันเบรค น้ำมันคลัชท์ ควรตรวจว่าอยู่ในระดับที่ถูกต้องและตรวจการรั่วซึมของวงจรเบรค เช่น บริเวณแม่ปั้มเบรค ลูกยางเบรคแต่ละล้อมีการรั่วซึมหรือไม่
• ตรวจดูสายไฟแรงสูง (สายหัวเทียน) อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี
• ระบบสัญญาณ และไฟแสงสว่าง ตรวจด้านหน้ารถและท้ายรถยังอยู่นาภาพที่ใช้งานได้ดี

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ ถูกต้อง !!!

Published

on

By

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง

หากใครคิดว่าการตรวจน้ำมันเครื่อง คือ การที่ตอนเช้าเปิดฝากระโปรงเสร็จแล้วดึงเหล็กออกมาดูระดับน้ำมันก่อนติดเครื่องเท่านั้นล่ะก็…. โปรดทราบว่านั่นเป็นวิธีที่ผิด !

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องก็คือ…

1. ต้องติดเครื่องทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยดึงเอาเหล็กวัดระดับน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู ! เรื่องนี้เจอการทำผิดเป็นประจำ เพราะหลายคนคิดว่า หากอยากรู้ระดับน้ำมัน ควรดึงออกมาตอนที่ไม่ติดเครื่อง ยิ่งเป็นตอนเช้าที่ยังไม่ได้ใช้ น้ำมันนอนนิ่งในเครื่องทำให้เห็นระดับน้ำมันจริงๆ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราควรมีการติดเครื่องยนต์เสียก่อนทิ้งไว้สักครู่ แล้วปิดเครื่อง จากนั้นรออีกประมาณ 3 – 5 นาที ค่อยตรวจสอบ การทำแบบนี้ทำให้เราทราบระดับของน้ำมันเครื่องในช่วงที่เครื่องทำงานจริง มีการส่งน้ำมันไปยังส่วนต่างๆ ของเครื่องแล้วว่ามันเหลืออยู่เท่าไหร่

2. การดูปริมาณน้ำมันที่ก้านวัดให้ทำ 3 ครั้ง ไม่ใช่ดึงขึ้นมาดูครั้งเดียวจบ ! เรื่องนี้ก็พบการทำผิดเสมอ หลังจากเราทำตามข้อ 1 แล้ว ให้ดึงเหล็กขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดเป็นครั้งที่ 1 จากนั้นจุ่มลงไปเอาขึ้นมาตรวจสอบเป็นครั้งที่ 2 และ เอาลงไปจุ่มแล้วดึงขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่ 3 ดูระดับน้ำมันทั้งสองครั้งหลัง เพื่อความแน่นอนว่ามีปริมาณน้ำมันเพียงพอ

3. นอกจากปริมาณน้ำมันแล้วยังต้องดูความหนืดและสีของน้ำมันเครื่องด้วย เรื่องนี้ส่วนมากไม่ได้ทำ จะดูแต่ระดับความสูงอย่างเดียว และไปเปลี่ยนตามระยะเวลา แต่ในความเป็นจริง เราควรดูสีและความหนืดของน้ำมันเครื่องด้วย น้ำมันเครื่องที่มีสีเข้มแสดงว่ามีเขม่าปนเปื้อนมาก และหากมีความหนืดน้อยแปลว่าน้ำมันเสื่อมสภาพในการหล่อลื่นแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นาน ก็จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว และระบายความร้อนได้ต่ำ ควรเปลี่ยนและควรมีการเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องด้วย

นี่เป็นวิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องที่เราควรทำเป็นประจำทุกวันก่อนที่จะใช้รถออกไปนอกบ้าน

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

Published

on

By

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

1. ตรวจเช็คระบบไล่ฝ้า
เปิดใช้งานระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แล้วตรวจดูว่าระบบทำงานปกติหรือไม่ ถ้ามีจุดใดเสียก็ให้รีบซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัย
2. ตรวจเช็กน้ำยาฉีดกระจก
เช็กระดับน้ำยาฉีดกระจกให้เต็มอยู่เสมอ โดยเติมน้ำยาฉีดกระจก ซึ่งอาจเติมน้ำเปล่าหรือซื้อน้ำยาเฉพาะมาใช้ก็ได้
3. ตรวจเช็กระบบเบรก
เริ่มด้วยการดูผ้าเบรกว่าเหลือมากน้อยขนาดไหน สังเกตลักษณะของจานเบรกว่ามีความคดหรือไม่ ดูน้ำมันเบรกว่าเหลือเท่าไหร่ถ้าน้อยก็ให้เติมลงไป
4. ตรวจเช็กสัญญาณไฟ
ช่วงฤดูหนาวที่อาจมีหมอกลงจัดในบางช่วง ทัศนวิสัยการมองเห็นจะลดน้อยลงอย่างมาก ควรตรวจสอบและเปลี่ยนหลอดไฟให้สว่างและใช้งานได้ตามปกติอยู่เสมอ

Continue Reading

Trending