Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

7 อาการบ่งบอกรถยนต์มีปัญหา

Published

on

รถยนต์มีปัญหา

อาการบ่งบอกรถยนต์มีปัญหา

วันนี้แอดมินนำบทความมาฝากเกี่ยวกับ 7 อาการที่บ่งบอกว่ารถคู่ใจของคุณกำลังมีปัญหาไม่ว่าจะเป็นอาการใดอาการหนึ่งที่ระบุไว้ในบทความ ถ้ามีแล้วล่ะก็แนะนำให้รีบเข้าศูนย์เช็คโดยด่วนนะครับ มาดูกันว่ามีอาการอะไรบ้าง

  1. รถอืดเวลาเร่ง – ถ้าเกิดอาการเหยียบคันเร่งแล้วรถตอบสนองช้ากว่าที่เคยเป็นแต่ไม่มีรอยน้ำมันรั่ว นั่นต้องตั้งข้อสังเกตไว้ได้เลยว่าถึงเวลาที่รถคุณต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องซะใหม่ แต่ถ้าหากเปลี่ยนแล้วแต่ก็ยังเหมือนเดิมก็มีอีก 2 จุดที่ต้องเช็ค คือกรองอากาศและกรองน้ำมันเชื้อเพลิง
  2. เบรคแล้วมีเสียง – เมื่อเบรครถแล้วมีเสียงเสียดสีเหมือนหนูร้องอยู่ในรถไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือหลังรถ แสดงให้เห็นถึงผ้าเบรครถคุณที่กำลังจะหมด และถ้ายังฝืนขับอยู่แล้วผ้าเบรคหมดขึ้นมาล่ะก็…ชุดจานเบรคของคุณอาจเสียหายได้และก็เตรียมตัวเปลี่ยนชุดจานเบรคใหม่ได้เลยครับ ดังนั้นถ้าเบรคแล้วมีเสียงเมื่อไหร่ก็รีบนำเข้าศูนย์ด่วนครับอย่ารอช้า
  3. ควันออกท่อ – ควันในที่นี่ถ้าเป็นควันดำมักจะเกิดกับรถดีเซล เกิดได้จากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์มาจากหลายๆสาเหตุเช่น น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพต่ำ กรองอากาศอุดตันทำให้อากาศเข้าไม่เพียงพอ ปรับแต่งปั๊มหัวฉีดไม่เหมาะสม เป็นต้น ส่วนในรถเบนซินมักจะเกิดควันขาว ควันขาวนี่เองที่บ่งบอกว่าเครื่องยนต์ของรถคุณมีปัญหาให้รีบเข้าศูนย์ด่วนเลยครับ
  4. รอยน้ำมัน – เมื่อมีรอยน้ำมันหยดจากใต้ท้องรถ ให้สันนิษฐานไว้เลยว่ารถมีปัญหาแน่นอน(หลายสาเหตุ) เพราะโดยปกติน้ำมันจะไม่หยดลงพื้นและถ้ามีร่องรอยเหล่านี้เมื่อไหร่อย่าได้วางใจเชียวนะครับ ให้นำรถเข้าศูนย์แล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างผู้เชี่ยวชาญเช็คหาสาเหตุดีที่สุดครับ
  5. รถนุ่มผิดปกติ – ถ้าขับแล้วรถนุ่มแบบผิดปกติจากที่เคยเป็นให้สงสัยไว้เลยว่าไม่เป็นที่ลมยางก็ต้องเป็นที่ระบบช่วงล่างของรถ ถ้าเป็นที่ลมยางก็ต้องดูว่าแค่ลมยางอ่อนหรือยางรั่ว แต่ถ้าเป็นที่ระบบช่วงล่างของรถก็อาจจะมีชิ้นส่วนบางชิ้นเสื่อมสภาพ(สปริง,โช๊ค) ชิ้นส่วนเหล่านี้มีผลต่อการขับขี่และความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ อย่าละเลยที่จะสังเกตในจุดนี้ครับ
  6. สตาร์ทนานกว่าจะติด – ปกติการสตาร์ทรถจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วิโดยประมาณ ถ้าใช้เวลานานกว่านี้รถของคุณเริ่มมีปัญหาแล้วล่ะครับ โดยอาจจะมาจากสาเหตุแบตเตอรี่เสื่อมสภาพจนทำให้สตาร์ทติดยากหรือเป็นที่มอเตอร์สตาร์ท ดังนั้นถ้ามีอาการเหล่านี้ก็นำรถเข้าศูนย์โลดครับ(โตโยต้าริชเราพร้อมให้บริการครับ 🙂 )
  7. เสียงเครื่องผิดปกติ – สังเกตได้จากเสียงเดินเบาของเครื่องยนต์ก่อนขับ ปกติการทำงานของเครื่องยนต์จะไม่มีเสียงผิดแปลก แต่ถ้าหากได้ยินเสียงแปลกๆเหมือนเหล็กกระทบกัน ศัพท์ช่างเรียกว่า เสียงน็อก (knocking) หากได้ยินเสียงประมาณนี้แนะนำเช่นเคยครับคือ…เข้าศูนย์ด่วนเพื่อให้ช่างวิเคราะห์ปัญหาดังกล่าว

โตโยต้าริช เคียงข้างคุณตลอดไป

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

การตรวจสภาพรถก่อนใช้งานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

Published

on

By

การตรวจสอบสภาพรถก่อนใช้งานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

ก่อนออกจากบ้านผู้ที่ใช้รถควรตรวจสอบสภาพก่อนใช้งานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากสภาพของรถผู้ใช้รถจะต้องตรวจสภาพรถต่างๆ ดังนี้
• ยาง ดอกยางควรมีมากเพียงพอต่อการยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่ดีแรงดันของลมยางต้อง เป็นไปตามบริษัทยางกำหนดให้
• ที่ปัดน้ำฝน ใบปัดน้ำฝนตลอดถังพักน้ำ และอุปกรณ์ปัดน้ำฝนต้องอยู่ในสภาพ ใช้งานได้ดี
• แบตเตอรี่ ตรวจสภาพแบตเตอรี่ และน้ำกลั่นว่าอยู่ระดับที่กำหนด
• หม้อน้ำ สภาพหม้อน้ำและถังพักน้ำมีน้ำอยู่ตามระดับที่ต้องการเสมอ
• ใบพัดลมและท่อยาง ตรวจสภาพใบพัดลม และท่อยางน้ำบน – ล่าง ยางอุดตาน้ำให้อยู่ใน สภาพใช้งานได้ดี
• สายพาน ต้องอยู่ในสภาพดีไม่หย่อนมีรอยปริหรือหัก
• น้ำมันต่าง ๆ ตรวจดูระดับน้ำมันเครื่อง น้ำมันเพาเวอร์พวงมาลัย น้ำมันเกียร์อัตโนมัติว่ามีน้ำมันอยู่ในระดับที่บริษัทรถแต่ละประเภทกำหนดอยู่
• เครื่องยนต์ดีเซล ควรตรวจดูไส้กรองน้ำมันโซล่า หรือถอดล้างทำความสะอาดอย่าให้มีน้ำอยู่และควรปิดฝาถังน้ำมันเชื้อเพลิงให้สนิดด้วย
• ระดับน้ำมันเบรค น้ำมันคลัชท์ ควรตรวจว่าอยู่ในระดับที่ถูกต้องและตรวจการรั่วซึมของวงจรเบรค เช่น บริเวณแม่ปั้มเบรค ลูกยางเบรคแต่ละล้อมีการรั่วซึมหรือไม่
• ตรวจดูสายไฟแรงสูง (สายหัวเทียน) อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี
• ระบบสัญญาณ และไฟแสงสว่าง ตรวจด้านหน้ารถและท้ายรถยังอยู่นาภาพที่ใช้งานได้ดี

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ ถูกต้อง !!!

Published

on

By

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง

หากใครคิดว่าการตรวจน้ำมันเครื่อง คือ การที่ตอนเช้าเปิดฝากระโปรงเสร็จแล้วดึงเหล็กออกมาดูระดับน้ำมันก่อนติดเครื่องเท่านั้นล่ะก็…. โปรดทราบว่านั่นเป็นวิธีที่ผิด !

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องก็คือ…

1. ต้องติดเครื่องทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยดึงเอาเหล็กวัดระดับน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู ! เรื่องนี้เจอการทำผิดเป็นประจำ เพราะหลายคนคิดว่า หากอยากรู้ระดับน้ำมัน ควรดึงออกมาตอนที่ไม่ติดเครื่อง ยิ่งเป็นตอนเช้าที่ยังไม่ได้ใช้ น้ำมันนอนนิ่งในเครื่องทำให้เห็นระดับน้ำมันจริงๆ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราควรมีการติดเครื่องยนต์เสียก่อนทิ้งไว้สักครู่ แล้วปิดเครื่อง จากนั้นรออีกประมาณ 3 – 5 นาที ค่อยตรวจสอบ การทำแบบนี้ทำให้เราทราบระดับของน้ำมันเครื่องในช่วงที่เครื่องทำงานจริง มีการส่งน้ำมันไปยังส่วนต่างๆ ของเครื่องแล้วว่ามันเหลืออยู่เท่าไหร่

2. การดูปริมาณน้ำมันที่ก้านวัดให้ทำ 3 ครั้ง ไม่ใช่ดึงขึ้นมาดูครั้งเดียวจบ ! เรื่องนี้ก็พบการทำผิดเสมอ หลังจากเราทำตามข้อ 1 แล้ว ให้ดึงเหล็กขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดเป็นครั้งที่ 1 จากนั้นจุ่มลงไปเอาขึ้นมาตรวจสอบเป็นครั้งที่ 2 และ เอาลงไปจุ่มแล้วดึงขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่ 3 ดูระดับน้ำมันทั้งสองครั้งหลัง เพื่อความแน่นอนว่ามีปริมาณน้ำมันเพียงพอ

3. นอกจากปริมาณน้ำมันแล้วยังต้องดูความหนืดและสีของน้ำมันเครื่องด้วย เรื่องนี้ส่วนมากไม่ได้ทำ จะดูแต่ระดับความสูงอย่างเดียว และไปเปลี่ยนตามระยะเวลา แต่ในความเป็นจริง เราควรดูสีและความหนืดของน้ำมันเครื่องด้วย น้ำมันเครื่องที่มีสีเข้มแสดงว่ามีเขม่าปนเปื้อนมาก และหากมีความหนืดน้อยแปลว่าน้ำมันเสื่อมสภาพในการหล่อลื่นแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นาน ก็จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว และระบายความร้อนได้ต่ำ ควรเปลี่ยนและควรมีการเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องด้วย

นี่เป็นวิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องที่เราควรทำเป็นประจำทุกวันก่อนที่จะใช้รถออกไปนอกบ้าน

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

Published

on

By

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

1. ตรวจเช็คระบบไล่ฝ้า
เปิดใช้งานระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แล้วตรวจดูว่าระบบทำงานปกติหรือไม่ ถ้ามีจุดใดเสียก็ให้รีบซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัย
2. ตรวจเช็กน้ำยาฉีดกระจก
เช็กระดับน้ำยาฉีดกระจกให้เต็มอยู่เสมอ โดยเติมน้ำยาฉีดกระจก ซึ่งอาจเติมน้ำเปล่าหรือซื้อน้ำยาเฉพาะมาใช้ก็ได้
3. ตรวจเช็กระบบเบรก
เริ่มด้วยการดูผ้าเบรกว่าเหลือมากน้อยขนาดไหน สังเกตลักษณะของจานเบรกว่ามีความคดหรือไม่ ดูน้ำมันเบรกว่าเหลือเท่าไหร่ถ้าน้อยก็ให้เติมลงไป
4. ตรวจเช็กสัญญาณไฟ
ช่วงฤดูหนาวที่อาจมีหมอกลงจัดในบางช่วง ทัศนวิสัยการมองเห็นจะลดน้อยลงอย่างมาก ควรตรวจสอบและเปลี่ยนหลอดไฟให้สว่างและใช้งานได้ตามปกติอยู่เสมอ

Continue Reading

Trending