Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

6 วิธียืดอายุยางรถยนต์

Published

on

6-วิธียืดอายุยางรถยนต์

6 วิธียืดอายุยางรถยนต์

ยางรถยนต์เป็นชิ้นส่วนหนึ่งที่ผู้ขับต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะยางรถที่ดีจะให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนและรีดน้ำได้ดีเยี่ยม ที่สำคัญคือทำให้การขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น ดังนั้นการดูแลรักษายางรถให้อยู่ในสภาพที่พร้อมอยู่เสมอก็เป็นสิ่งที่ดีครับ โดยปกติแล้วยางรถจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 2 ปีหรือประมาณ 40,000 กิโลเมตร แต่ในบทความนี้โตโยต้าริชจะเผย 6 วิธีที่ช่วยยืดอายุยางรถของคุณให้ใช้ได้ยาวนานขึ้น ในแต่ละข้อมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลยครับ

  1. หมั่นตรวจเช็คลมยางเสมอ – หลายๆคนมักจะมองข้ามข้อนี้ไป ซึ่งจริงๆแล้วแค่เช็คลมยางอาทิตย์ละครั้งก็เพียงพอแล้วครับ เพราะการปล่อยให้ยางอ่อนหรือแข็งเกินไปจะทำให้ยางมีอายุการใช้งานที่สั้นลงก่อนกำหนด และยังทำให้รถคุณกินน้ำมันมากขึ้นด้วยครับ
  2. รันอินยางในช่วงแรกๆ – ยางก็เป็นชิ้นส่วนที่ต้องทำการรันอินเช่นเดียวกับการรันอินเครื่องยนต์ ถ้าหากคุณเพิ่งเปลี่ยนยางชุดใหม่ ในช่วง 100-200 กิโลเมตรแรกขอแนะนำให้ขับไม่เกิน 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เนื่องจากสภาพยางที่เพิ่งเปิดใช้ใหม่ๆยังไม่เข้าที่ทั้งโครงสร้างและอุณหภูมิยาง ดังนั้นการขับแบบไม่เร็วจนเกินไปก็จะทำให้ยางเข้าที่ได้เร็วขึ้นและปลอดภัยด้วยครับ
  3. ตั้งศูนย์ล้อบ้าง – การตั้งศูนย์เป็นวิธีที่ทำให้การขับขี่ดีขึ้นและสมดุล ทำให้รถวิ่งตรงและไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่งขณะขับขี่(ก็คงเหมือนการชักคะเย่อกับพวงมาลัย) ที่สำคัญนอกจากการตั้งศูนย์จะเป็นการปรับหน้ายางให้เท่ากันแล้ว ยังจะทำยางรถของคุณมีมุมที่ดีในการยึดเกาะถนนพร้อมกับยืดอายุของยางรถไปในตัวได้ด้วยครับ
  4. ถ่วงล้อก็ช่วยได้ – เมื่อตั้งศูนย์ก็ต้องถ่วงล้อทีเดียวเลย แน่นอนว่าการถ่วงล้อจะช่วยให้รถสมดุลยิ่งขึ้นและช่วยเสริมประสิทธิภาพของการตั้งศูนย์ นั่นคือจะทำให้ยางเกาะถนนได้ดีและนิ่งขึ้นเท่าๆกันทุกล้อ ซึ่งนั่นก็เป็นการยืดอายุยางได้อีกทางหนึ่งครับ
  5. สลับยางสร้างสมดุล – เป้าหมายของการสลับยางก็จะเหมือนกับการตั้งศูนย์ถ่วงล้อครับ ก็คือให้ดอกยางทั้ง 4 เส้นสึกหรอเท่าๆกัน เพื่อให้การขับขี่สมดุล บังคับง่ายขึ้นและนิ่งมากขึ้นกว่าเดิม ระยะเวลาที่ควรจะสลับยางอยู่ที่ประมาณ ทุกๆ 10,000 กิโลเมตร หรือทุกๆ 6 เดือนครับ
  6. ตรวจเช็คดอกยาง – การเติมลมยางในระดับที่ระบุไว้จากโรงงานจะทำให้หน้ายางสัมผัสกับถนนได้ดีที่สุด แต่ถ้าพบว่าดอกยางด้านนอกสึกมากกว่าตรงกลางแสดงว่าเติมลมยางน้อยเกินไป ตรงกันข้ามถ้าดอกยางตรงกลางสึกมากกว่าแสดงว่าคุณเติมลมยางมากเกินไปครับ

จริงๆแล้ว 6 วิธีที่นำมาแบ่งปัน ถ้าคุณเป็นคนที่นำรถเข้าศูนย์เช็คระยะอย่างสม่ำเสมอ ก็มั่นใจได้แล้วครับว่ายางรถคุณจะมีสภาพที่พร้อมใช้งานและปลอดภัยตลอดการขับขี่ นอกเหนือจากการใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว การหมั่นเช็คและตรวจสอบยางรถด้วยตนเองก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญเช่นกันและทำได้ไม่ยากเลยครับเพราะในแต่ละวันการขับขี่ของคุณอาจจะเจอสภาพถนนที่ไม่เหมือนกันเลยก็ได้ ดังนั้นใส่ใจเรื่องยางซักนิดนะครับด้วยความปรารถนาดีจากโตโยต้าริช

 

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ ถูกต้อง !!!

Published

on

By

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง

หากใครคิดว่าการตรวจน้ำมันเครื่อง คือ การที่ตอนเช้าเปิดฝากระโปรงเสร็จแล้วดึงเหล็กออกมาดูระดับน้ำมันก่อนติดเครื่องเท่านั้นล่ะก็…. โปรดทราบว่านั่นเป็นวิธีที่ผิด !

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องก็คือ…

1. ต้องติดเครื่องทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยดึงเอาเหล็กวัดระดับน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู ! เรื่องนี้เจอการทำผิดเป็นประจำ เพราะหลายคนคิดว่า หากอยากรู้ระดับน้ำมัน ควรดึงออกมาตอนที่ไม่ติดเครื่อง ยิ่งเป็นตอนเช้าที่ยังไม่ได้ใช้ น้ำมันนอนนิ่งในเครื่องทำให้เห็นระดับน้ำมันจริงๆ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราควรมีการติดเครื่องยนต์เสียก่อนทิ้งไว้สักครู่ แล้วปิดเครื่อง จากนั้นรออีกประมาณ 3 – 5 นาที ค่อยตรวจสอบ การทำแบบนี้ทำให้เราทราบระดับของน้ำมันเครื่องในช่วงที่เครื่องทำงานจริง มีการส่งน้ำมันไปยังส่วนต่างๆ ของเครื่องแล้วว่ามันเหลืออยู่เท่าไหร่

2. การดูปริมาณน้ำมันที่ก้านวัดให้ทำ 3 ครั้ง ไม่ใช่ดึงขึ้นมาดูครั้งเดียวจบ ! เรื่องนี้ก็พบการทำผิดเสมอ หลังจากเราทำตามข้อ 1 แล้ว ให้ดึงเหล็กขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดเป็นครั้งที่ 1 จากนั้นจุ่มลงไปเอาขึ้นมาตรวจสอบเป็นครั้งที่ 2 และ เอาลงไปจุ่มแล้วดึงขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่ 3 ดูระดับน้ำมันทั้งสองครั้งหลัง เพื่อความแน่นอนว่ามีปริมาณน้ำมันเพียงพอ

3. นอกจากปริมาณน้ำมันแล้วยังต้องดูความหนืดและสีของน้ำมันเครื่องด้วย เรื่องนี้ส่วนมากไม่ได้ทำ จะดูแต่ระดับความสูงอย่างเดียว และไปเปลี่ยนตามระยะเวลา แต่ในความเป็นจริง เราควรดูสีและความหนืดของน้ำมันเครื่องด้วย น้ำมันเครื่องที่มีสีเข้มแสดงว่ามีเขม่าปนเปื้อนมาก และหากมีความหนืดน้อยแปลว่าน้ำมันเสื่อมสภาพในการหล่อลื่นแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นาน ก็จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว และระบายความร้อนได้ต่ำ ควรเปลี่ยนและควรมีการเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องด้วย

นี่เป็นวิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องที่เราควรทำเป็นประจำทุกวันก่อนที่จะใช้รถออกไปนอกบ้าน

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

Published

on

By

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

1. ตรวจเช็คระบบไล่ฝ้า
เปิดใช้งานระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แล้วตรวจดูว่าระบบทำงานปกติหรือไม่ ถ้ามีจุดใดเสียก็ให้รีบซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัย
2. ตรวจเช็กน้ำยาฉีดกระจก
เช็กระดับน้ำยาฉีดกระจกให้เต็มอยู่เสมอ โดยเติมน้ำยาฉีดกระจก ซึ่งอาจเติมน้ำเปล่าหรือซื้อน้ำยาเฉพาะมาใช้ก็ได้
3. ตรวจเช็กระบบเบรก
เริ่มด้วยการดูผ้าเบรกว่าเหลือมากน้อยขนาดไหน สังเกตลักษณะของจานเบรกว่ามีความคดหรือไม่ ดูน้ำมันเบรกว่าเหลือเท่าไหร่ถ้าน้อยก็ให้เติมลงไป
4. ตรวจเช็กสัญญาณไฟ
ช่วงฤดูหนาวที่อาจมีหมอกลงจัดในบางช่วง ทัศนวิสัยการมองเห็นจะลดน้อยลงอย่างมาก ควรตรวจสอบและเปลี่ยนหลอดไฟให้สว่างและใช้งานได้ตามปกติอยู่เสมอ

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

รู้หรือไม่…สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์แล้วสามารถวิ่งต่อได้อีกเท่าไร

Published

on

By

สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์เราสามารถวิ่งต่อได้อีกกี่กิโลเมตร ?
เมื่อสัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันสว่างขึ้นคนส่วนใหญ่จะคิดว่าน้ำมันรถของคุณหมดไม่เหลืออยู่ในถังแล้ว
แต่ที่จริงนั้นรถของคุณจะยังมีน้ำมันในถังเหลืออยู่ประมาณ 8-11 ลิตร แล้วแต่รุ่นรถ (อ้างอิงตามผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา)
หรือประมาณเกือบ 100 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่นรถของคุณเพื่อให้คุณสามารถหาปั๊มน้ำมันเติมได้

ข้อแนะนำ
1. หากเห็นว่าน้ำมันใกล้หมดก็ควรเติมเสียก่อน เพราะการทำงานของระบบวัดระยะทางของรถแต่ละคันจะแตกต่างกันไป หากขับรถเจอจราจรติดขัด ระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจต่ำกว่าในข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นได้
2. ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถังบ่อยๆเพราะอาจะมีปัญหาเกี่ยวกับปั๊มเชื้อเพลิงในอนาคตได้
3. ก่อนเดินทางไกลควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง และศึกษาเส้นทาง ปั๊มน้ำมันตามจุดๆต่างๆ ที่เราผ่านในเส้นทางนั้น

Continue Reading

Trending