Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

5 เทคนิคเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์

Published

on

5 เทคนิคเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์

กล้องติดรถยนต์ถือเป็นอุปกรณ์ชิ้นแรกๆที่คนรักรถจะซื้อมาติดตั้งไว้เป็นอุปกรณ์ประจำรถ เพราะถือเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่สามารถบันทึกเหตุการณ์บนท้องถนนได้ (ไม่รวมกล้อง CCTV ที่อยู่ตามท้องถนน) และเป็นหลักฐานที่สำคัญมากหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา จึงไม่แปลกที่กล้องติดรถยนต์เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่ากล้องติดรถยนต์ในตลาดมีหลายยี่ห้อและหลายราคาเยอะจนเลือกไม่ถูก จึงทำให้เกิดคำถามว่าถ้าจะซื้อกล้องติดรถยนต์จะต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้าง โตโยต้าริชขอแนะนำ 5 เทคนิคการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้อได้ง่ายขึ้นครับ

  1. ความละเอียดของวิดีโอ ปัจจัยแรกที่ควรคำนึงในการเลือกซื้อกล้องก็คือความละเอียดของไฟล์วิดีโอนี่แหละครับ เพราะจะทำให้มองเห็นป้ายทะเบียนรถคันข้างหน้าได้อย่างชัดเจน อย่างน้อยความละเอียดควรอยู่ที่ระดับ Full HD (1080p) ครับ
  2. เลนส์มุมมองกล้อง การเลือกเลนส์มุมกล้องที่กว้างจะช่วยเก็บภาพเหตุการณ์รอบข้างได้ครอบคลุมมากกว่ากล้องที่มีเลนส์แคบ อย่างน้อยก็เผื่อเกิดเหตุการณ์ในมุมอับนั่นเองครับแน่นอนว่าถ้าเกิดเหตุดังกล่าวเลนส์มุมกว้างจะช่วยเซฟคุณได้เยอะมากๆ ดังนั้นควรเลือกซื้อเลนส์ wide 150-170องศา หรือเลนส์ Fisheye
  3. การบันทึกวิดีโอในที่แสงน้อย การบันทึกวิดีโอการขับขี่ในตอนกลางคืนก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุช่วงกลางคืนจะมีมากกว่าในช่วงกลางวัน กล้องที่ถ่ายกลางคืนได้ดีจะมีค่ารูรับแสงน้อย ทั่วไปรูรับแสงจะอยู่ที่ F2.2 ถ้าตัวเลขน้อยกว่านี้ก็จะยิ่งดีเพราะภาพกลางคืนจะยิ่งชัดขึ้นนั่นเองครับ
  4. ฟังก์ชั่นของกล้อง ถือว่าเป็นปัจจัยนึงที่ใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อกล้อง โดยกล้องแต่ละรุ่นจะมีฟังก์ชั่นไม่เหมือนกัน แต่ถ้าหากจะซื้อกล้องซักตัวนึงก็ควรมีฟังก์ชั่นดังนี้ ระบบกันสั่น อัดบันทึกเสียงได้ชัด ระบบการตัดรอบบันทึกไฟล์หรือเขียนทับไฟล์เก่าอัตโนมัติ ระบบแสดงวันและเวลาที่บันทึก ระบบอินฟราเรดที่บันทึกวิดีโอในช่วงแสงน้อย
  5. ใส่เมมโมรี่ได้มากๆ การที่กล้องสามารถใส่เมมได้เยอะๆจะช่วยเรื่องของการบันทึกไฟล์ สามารถที่จะบันทึกไฟล์แบบยาวๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดช่วงเวลาสำคัญหรือบันทึกทับไฟล์เดิมนั่นเองครับ กระซิบว่าควรรองรับเมมให้ได้มากกว่า 32GB จะดีที่สุดครับ

ทั้งหมดนี้เป็น 5 เทคนิคที่ช่วยในการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์สำหรับมือใหม่หรือใครที่กำลังจะซื้อกล้องอยู่พอดี บทความนี้จะทำให้คุณได้กล้องที่ดีที่สุดติดไว้ในรถยนต์และพร้อมที่จะเดินทางได้อย่างอุ่นใจเสมือนมีตาวิเศษที่คอยบันทึกเหตุการณ์ได้ตลอดครับ

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

การตรวจสภาพรถก่อนใช้งานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

Published

on

By

การตรวจสอบสภาพรถก่อนใช้งานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

ก่อนออกจากบ้านผู้ที่ใช้รถควรตรวจสอบสภาพก่อนใช้งานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากสภาพของรถผู้ใช้รถจะต้องตรวจสภาพรถต่างๆ ดังนี้
• ยาง ดอกยางควรมีมากเพียงพอต่อการยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่ดีแรงดันของลมยางต้อง เป็นไปตามบริษัทยางกำหนดให้
• ที่ปัดน้ำฝน ใบปัดน้ำฝนตลอดถังพักน้ำ และอุปกรณ์ปัดน้ำฝนต้องอยู่ในสภาพ ใช้งานได้ดี
• แบตเตอรี่ ตรวจสภาพแบตเตอรี่ และน้ำกลั่นว่าอยู่ระดับที่กำหนด
• หม้อน้ำ สภาพหม้อน้ำและถังพักน้ำมีน้ำอยู่ตามระดับที่ต้องการเสมอ
• ใบพัดลมและท่อยาง ตรวจสภาพใบพัดลม และท่อยางน้ำบน – ล่าง ยางอุดตาน้ำให้อยู่ใน สภาพใช้งานได้ดี
• สายพาน ต้องอยู่ในสภาพดีไม่หย่อนมีรอยปริหรือหัก
• น้ำมันต่าง ๆ ตรวจดูระดับน้ำมันเครื่อง น้ำมันเพาเวอร์พวงมาลัย น้ำมันเกียร์อัตโนมัติว่ามีน้ำมันอยู่ในระดับที่บริษัทรถแต่ละประเภทกำหนดอยู่
• เครื่องยนต์ดีเซล ควรตรวจดูไส้กรองน้ำมันโซล่า หรือถอดล้างทำความสะอาดอย่าให้มีน้ำอยู่และควรปิดฝาถังน้ำมันเชื้อเพลิงให้สนิดด้วย
• ระดับน้ำมันเบรค น้ำมันคลัชท์ ควรตรวจว่าอยู่ในระดับที่ถูกต้องและตรวจการรั่วซึมของวงจรเบรค เช่น บริเวณแม่ปั้มเบรค ลูกยางเบรคแต่ละล้อมีการรั่วซึมหรือไม่
• ตรวจดูสายไฟแรงสูง (สายหัวเทียน) อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี
• ระบบสัญญาณ และไฟแสงสว่าง ตรวจด้านหน้ารถและท้ายรถยังอยู่นาภาพที่ใช้งานได้ดี

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ ถูกต้อง !!!

Published

on

By

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง

หากใครคิดว่าการตรวจน้ำมันเครื่อง คือ การที่ตอนเช้าเปิดฝากระโปรงเสร็จแล้วดึงเหล็กออกมาดูระดับน้ำมันก่อนติดเครื่องเท่านั้นล่ะก็…. โปรดทราบว่านั่นเป็นวิธีที่ผิด !

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องก็คือ…

1. ต้องติดเครื่องทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยดึงเอาเหล็กวัดระดับน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู ! เรื่องนี้เจอการทำผิดเป็นประจำ เพราะหลายคนคิดว่า หากอยากรู้ระดับน้ำมัน ควรดึงออกมาตอนที่ไม่ติดเครื่อง ยิ่งเป็นตอนเช้าที่ยังไม่ได้ใช้ น้ำมันนอนนิ่งในเครื่องทำให้เห็นระดับน้ำมันจริงๆ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราควรมีการติดเครื่องยนต์เสียก่อนทิ้งไว้สักครู่ แล้วปิดเครื่อง จากนั้นรออีกประมาณ 3 – 5 นาที ค่อยตรวจสอบ การทำแบบนี้ทำให้เราทราบระดับของน้ำมันเครื่องในช่วงที่เครื่องทำงานจริง มีการส่งน้ำมันไปยังส่วนต่างๆ ของเครื่องแล้วว่ามันเหลืออยู่เท่าไหร่

2. การดูปริมาณน้ำมันที่ก้านวัดให้ทำ 3 ครั้ง ไม่ใช่ดึงขึ้นมาดูครั้งเดียวจบ ! เรื่องนี้ก็พบการทำผิดเสมอ หลังจากเราทำตามข้อ 1 แล้ว ให้ดึงเหล็กขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดเป็นครั้งที่ 1 จากนั้นจุ่มลงไปเอาขึ้นมาตรวจสอบเป็นครั้งที่ 2 และ เอาลงไปจุ่มแล้วดึงขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่ 3 ดูระดับน้ำมันทั้งสองครั้งหลัง เพื่อความแน่นอนว่ามีปริมาณน้ำมันเพียงพอ

3. นอกจากปริมาณน้ำมันแล้วยังต้องดูความหนืดและสีของน้ำมันเครื่องด้วย เรื่องนี้ส่วนมากไม่ได้ทำ จะดูแต่ระดับความสูงอย่างเดียว และไปเปลี่ยนตามระยะเวลา แต่ในความเป็นจริง เราควรดูสีและความหนืดของน้ำมันเครื่องด้วย น้ำมันเครื่องที่มีสีเข้มแสดงว่ามีเขม่าปนเปื้อนมาก และหากมีความหนืดน้อยแปลว่าน้ำมันเสื่อมสภาพในการหล่อลื่นแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นาน ก็จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว และระบายความร้อนได้ต่ำ ควรเปลี่ยนและควรมีการเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องด้วย

นี่เป็นวิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องที่เราควรทำเป็นประจำทุกวันก่อนที่จะใช้รถออกไปนอกบ้าน

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

Published

on

By

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

1. ตรวจเช็คระบบไล่ฝ้า
เปิดใช้งานระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แล้วตรวจดูว่าระบบทำงานปกติหรือไม่ ถ้ามีจุดใดเสียก็ให้รีบซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัย
2. ตรวจเช็กน้ำยาฉีดกระจก
เช็กระดับน้ำยาฉีดกระจกให้เต็มอยู่เสมอ โดยเติมน้ำยาฉีดกระจก ซึ่งอาจเติมน้ำเปล่าหรือซื้อน้ำยาเฉพาะมาใช้ก็ได้
3. ตรวจเช็กระบบเบรก
เริ่มด้วยการดูผ้าเบรกว่าเหลือมากน้อยขนาดไหน สังเกตลักษณะของจานเบรกว่ามีความคดหรือไม่ ดูน้ำมันเบรกว่าเหลือเท่าไหร่ถ้าน้อยก็ให้เติมลงไป
4. ตรวจเช็กสัญญาณไฟ
ช่วงฤดูหนาวที่อาจมีหมอกลงจัดในบางช่วง ทัศนวิสัยการมองเห็นจะลดน้อยลงอย่างมาก ควรตรวจสอบและเปลี่ยนหลอดไฟให้สว่างและใช้งานได้ตามปกติอยู่เสมอ

Continue Reading

Trending