Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

4 ข้อเสียเมื่อขับรถตกหลุมบ่อยๆ

Published

on

4 ข้อเสียเมื่อขับรถตกหลุมบ่อยๆ

4 ข้อเสียเมื่อขับรถตกหลุมบ่อยๆ

การขับรถในแต่ละวันย่อมเจอสภาพการจราจรที่ต่างกันไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือนอกเมือง ทั้งทางเรียบและหลุมบ่อซึ่งในบางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่รู้หรือไม่ว่าการขับรถตกหลุมบ่อยๆส่งผลเสียต่อรถคุณและอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถตามมา แต่ว่าการขับรถตกหลุมจะส่งผลถึงส่วนไหนของรถบ้าง โตโยต้าริชมีคำตอบครับ

  1. ระบบช่วงล่างสึกหรอ – แน่นอนว่าการขับรถตกหลุมบ่อยๆต้องส่งผลถึงช่วงล่างเป็นอันดับแรกๆเพราะเป็นส่วนที่ถูกออกแบบมาเพื่อรับแรงกระแทกขณะขับขี่และทำให้การขี่นุ่มนวลขึ้น ซึ่งรวมๆแล้วชิ้นส่วนของช่วงล่างที่จะเสียหายจากการขับรถตกหลุมก็มีไม่น้อยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นโช็คอัพ, ปีกนก, บูชยาง, เพลาขับ เป็นต้น ถ้าชิ้นส่วนพวกนี้สึกหรอขึ้นมาก็คงต้องจ่ายเงินไม่น้อยเลยครับ
  2. ตัวถังรถเสียหาย – กรณีที่ขับรถตกหลุมใหญ่ๆตัวถังรถจะกระแทกกับพื้นหรือขอบหลุมจะทำให้ชิ้นส่วนสเกิร์ตรอบคันและตัวถังบุบได้ ใครที่เป็นขาแต่งรถก็ระมัดระวังไว้ก็ดีครับเพราะถ้าซ่อมทีก็คงมีร้องแน่ๆ
  3. ล้อแม็กซ์คด/ยางบวม – นอกจากช่วงล่างแล้วก็มียางกับล้อแม็กซ์นี่แหละครับที่จะได้รับความเสียหายหากขับรถตกหลุม ซึ่งถ้าแม็กซ์คดก็ส่งผลเวลาขับขี่นานๆไปอาจจะทำให้ยางรั่วหรือซึมได้ ส่วนตัวยางก็จะบวมทำให้การขับขี่ไม่สมูทเหมือนเดิม ถ้าร้ายแรงกว่านั้นก็คือยางระเบิดขณะขับขี่ได้เลยครับ
  4. ลูกปืนล้อแตก – ชิ้นส่วนนี้ก็เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน การขับรถตกหลุมบ่อยๆจะทำให้ลูกปืนแตกได้ โดยจะมีอาการเสียงหอนจากล้อรถขณะขับขี่ จนทำให้แกนเพลาไหม้ได้ ร้ายแรงกว่านั้นก็คือรถล้อล็อคไม่สามารถวิ่งได้นั่นเองครับ

ผลกระทบจากการขับขี่รถตกหลุมบ่อยๆถือว่าส่งผลเสียต่อรถและคุณโดยตรง ในบางครั้งสถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้ก็สามารถแก้ปัญหาโดยการชะลอความเร็วลงแล้วขับผ่าน ก็ถือเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา แต่หัวใจสำคัญยิ่งกว่าก็คือความระมัดระวังในการขับขี่นั่นเองครับที่จะทำให้คุณปลอดภัยตลอดการเดินทาง ยังไงก็ขับขี่ด้วยความปลอดภัยนะครับจากเราโตโยต้าริช

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

รู้หรือไม่…สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์แล้วสามารถวิ่งต่อได้อีกเท่าไร

Published

on

By

สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์เราสามารถวิ่งต่อได้อีกกี่กิโลเมตร ?
เมื่อสัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันสว่างขึ้นคนส่วนใหญ่จะคิดว่าน้ำมันรถของคุณหมดไม่เหลืออยู่ในถังแล้ว
แต่ที่จริงนั้นรถของคุณจะยังมีน้ำมันในถังเหลืออยู่ประมาณ 8-11 ลิตร แล้วแต่รุ่นรถ (อ้างอิงตามผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา)
หรือประมาณเกือบ 100 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่นรถของคุณเพื่อให้คุณสามารถหาปั๊มน้ำมันเติมได้

ข้อแนะนำ
1. หากเห็นว่าน้ำมันใกล้หมดก็ควรเติมเสียก่อน เพราะการทำงานของระบบวัดระยะทางของรถแต่ละคันจะแตกต่างกันไป หากขับรถเจอจราจรติดขัด ระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจต่ำกว่าในข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นได้
2. ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถังบ่อยๆเพราะอาจะมีปัญหาเกี่ยวกับปั๊มเชื้อเพลิงในอนาคตได้
3. ก่อนเดินทางไกลควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง และศึกษาเส้นทาง ปั๊มน้ำมันตามจุดๆต่างๆ ที่เราผ่านในเส้นทางนั้น

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Published

on

By


แม่เป็นคำนิยามสั้นๆ แต่ความหมายลึกซึ้ง เป็นความผูกพันที่ไม่มีวันหายจากกัน
เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข เป็นความจริงใจที่ไม่มีวันผันแปร
คุณอาจจะรักคนทั้งโลกได้แต่คุณจะไม่ได้รับความรักจากคนทั้งโลกเท่ากับความรักของแม่ที่มีให้คุณ
อย่าอายที่จะบอกรักแม่ อย่ากลัวที่จะทำเพื่อแม่ อย่าได้แต่คิดที่จะทำ….ให้แม่
เพราะแม่ไม่เคยอาย ไม่เคยกลัว และไม่เคยแค่คิดที่จะทำให้เราเลยสักครั้ง
อย่าให้เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างไร้ความหมาย …….
บริษัท โตโยต้าริช จำกัด ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระลึกและตอบแทนพระคุณของแม่
วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

จอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น มีความผิดตามกฎหมาย!?

Published

on

By

จากข่าวที่กำลังเป็นกระแสโดยการจอดรถขวางหน้าบ้านจนทำให้เจ้าของบ้านเดือดร้อน เชื่อว่าหลายๆคนได้ให้ความสำคัญกับข่าวนี้เป็นอย่างมากและมีคำถามตามมาในภายหลังว่าการจอดรถหน้าบ้านผู้อื่นจนทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร วันนี้มีคำตอบครับ

ตามกฎหมาย มาตรา 397 ได้กล่าวไว้ว่า “ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท”

เทียบเคียงฎีกา 1908/2518 “จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุ เป็นเพียงขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น ส่วนตัวโจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยได้ การกระทำของจำเลย ยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310* แต่เป็นการรังแกข่มเหงทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ แม้ซอยนั้นจะอยู่ในที่ดินของผู้มีชื่อซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้าน แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397”

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการจอดรถขวางหน้าบ้านผู้อื่นมีความผิดตามกฎหมาย สำหรับใครที่ทราบแบบนี้แล้วเวลาเดินทางแล้วจะหาที่จอดรถก็อยากให้ระมัดระวังกันด้วยนะครับว่าจะคุณไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างน้อยก็อยากให้ถือคติเอาใจเขามาใส่ใจเรากันให้เยอะๆคิดกลับกันว่าถ้าหากเราตกอยู่ในสถานะเจ้าบ้านที่ได้รับผลกระทบแบบนี้แล้วเราก็คงไม่แฮปปี้สักเท่าไหร่

หมายเหตุ : ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Continue Reading

Trending