Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

ไฟไอติมคืออะไร ทำไมถึงผิดกฏหมาย?

Published

on

ไฟไอติมคืออะไร ทำไมถึงผิดกฏหมาย?

เป็นกระแสอย่างมากกับการติดไฟหรี่เลี้ยวสีฟ้าหรือไฟไอติม ซึ่งสายซิ่งแต่งกันเยอะมาก ล่าสุดได้มีการประกาศให้การติดไฟไอติมผิดกฏหมายเป็นที่เรียบร้อย นั่นก็เพราะแสงที่ส่องสว่างจากเจ้านี้นี่เองที่ทำให้เกิดปัญหาต่อเพื่อนร่วมทาง ทำให้รถที่ขับตามท้ายตาพร่ามัว ซึ่งถือว่าอันตรายมากๆครับ วันนี้จะมาทำความรู้จักกันว่าทำไมต้องเรียกว่าไฟไอติมและทำไมถึงได้ผิดกฏหมาย

ไฟไอติม หรือไฟหรี่เลี้ยวมีชื่อเรียกจากรูปทรงของหลอดไฟ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับไอศกรีมและมีไว้สำหรับใส่ไฟเลีี้ยวนั่นเองครับ ตัวขั้วมีทั้งแบบ T10 T20 ซึ่งรองรับรถยนต์ทุกรุ่น ที่สำคัญยังมีสีให้เลือกหลายสีมากๆ เช่น ม่วง เขียว ชมพู ส้ม ฟ้า น้ำเงิน และขาว ฯลฯ แต่ที่นิยมที่สุดก็จะมีสีขาว ฟ้าและสีน้ำเงินครับ และความสว่างของเจ้าหลอดนี้มีค่าความสว่างมากกว่าหลอดที่ติดตั้งมาจากโรงงานอีกด้วยซึ่งถือว่าเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ครับ

ประเด็นที่ทำให้ไฟไอติมผิดกฏหมายมาจาก 2 สาเหตุหลักๆก็คือ ความสว่างของตัวหลอดไฟและสีของหลอดไฟที่ไม่ได้เป็นไปตามที่กฏหมายกำหนด ซึ่งสาเหตุแรกเรื่องความสว่างนั้นเป็นปัญหาหลักๆ เพราะว่าจริงๆแล้วในต่างประเทศจะใช้ไฟเป็นไฟหน้าแบบเดย์ไลท์ใช้เฉพาะกลางวัน พอกลางคืนเปิดไฟหน้าจะดับเอง (ในต่างประเทศมีแค่สีขาวและส้ม) แต่ในบ้านเราเอามาดัดแปลงใส่เป็นไฟท้ายหรือไฟเลี้ยวและมีสีสันมากกว่า ด้วยความสว่างที่มากเกินไปจึงทำให้ไฟไอติมสร้างความรำคาญและเป็นปัญหาต่อรถคันอื่นอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้รถที่ขับตามท้ายตาพร่ามัวและบดบังการมองเห็นขณะขับขี่ จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้นั่นเองครับ

อีกประเด็นคือเรื่องที่ไฟไอติมผิดกฏหมายนั้นหลายๆคนก็คงสงสัยว่าผิดเรื่องใดบ้าง ทางกรมขนส่งทางบกได้แจ้งว่ารถคันใดที่ติดไฟไอติม มีความผิดตามพ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 12 รถใดที่จดทะเบียนแล้ว หากปรากฏในภายหลังว่ารถนั้นมีส่วนควบหรือ เครื่องอุปกรณ์สําหรับรถไม่ครบถ้วนถูกต้องตามที่กําหนดในกฎกระทรวง หรือเพิ่มสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าไป ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของผู้อื่น ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถนั้นจนกว่าจะจัดให้มีครบถ้วนถูกต้องหรือเอาออกแล้ว ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ให้ข้อมูลถึงข้อกฎหมายด้วยว่า โดยปกติรถทุกชนิดที่อยู่ในความควบคุมของกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกต้องมีโคมไฟตามประเภทและลักษณะที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก โดยทั่วไปไฟโคมหน้าทางขนส่งกำหนดไว้สองสีเท่านั้นคือ สีเหลืองอ่อน และสีขาว, ไฟเบรก ต้องเป็นสีแดง, ไฟเลี้ยว ด้านหน้าขาวหรือสีเหลืองอำพัน หลังเหลืองอำพันหรือแดง, ไฟส่องป้ายทะเบียนต้องเป็นสีขาวมีโคมบังแสง ไม่ให้พุ่งไปด้านหลังนั่นเองครับ จึงทำให้การติดไฟไอติมผิดกฏหมายอย่างชัดเจน

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

รู้หรือไม่…สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์แล้วสามารถวิ่งต่อได้อีกเท่าไร

Published

on

By

สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์เราสามารถวิ่งต่อได้อีกกี่กิโลเมตร ?
เมื่อสัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันสว่างขึ้นคนส่วนใหญ่จะคิดว่าน้ำมันรถของคุณหมดไม่เหลืออยู่ในถังแล้ว
แต่ที่จริงนั้นรถของคุณจะยังมีน้ำมันในถังเหลืออยู่ประมาณ 8-11 ลิตร แล้วแต่รุ่นรถ (อ้างอิงตามผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา)
หรือประมาณเกือบ 100 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่นรถของคุณเพื่อให้คุณสามารถหาปั๊มน้ำมันเติมได้

ข้อแนะนำ
1. หากเห็นว่าน้ำมันใกล้หมดก็ควรเติมเสียก่อน เพราะการทำงานของระบบวัดระยะทางของรถแต่ละคันจะแตกต่างกันไป หากขับรถเจอจราจรติดขัด ระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจต่ำกว่าในข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นได้
2. ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถังบ่อยๆเพราะอาจะมีปัญหาเกี่ยวกับปั๊มเชื้อเพลิงในอนาคตได้
3. ก่อนเดินทางไกลควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง และศึกษาเส้นทาง ปั๊มน้ำมันตามจุดๆต่างๆ ที่เราผ่านในเส้นทางนั้น

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Published

on

By


แม่เป็นคำนิยามสั้นๆ แต่ความหมายลึกซึ้ง เป็นความผูกพันที่ไม่มีวันหายจากกัน
เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข เป็นความจริงใจที่ไม่มีวันผันแปร
คุณอาจจะรักคนทั้งโลกได้แต่คุณจะไม่ได้รับความรักจากคนทั้งโลกเท่ากับความรักของแม่ที่มีให้คุณ
อย่าอายที่จะบอกรักแม่ อย่ากลัวที่จะทำเพื่อแม่ อย่าได้แต่คิดที่จะทำ….ให้แม่
เพราะแม่ไม่เคยอาย ไม่เคยกลัว และไม่เคยแค่คิดที่จะทำให้เราเลยสักครั้ง
อย่าให้เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างไร้ความหมาย …….
บริษัท โตโยต้าริช จำกัด ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระลึกและตอบแทนพระคุณของแม่
วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

จอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น มีความผิดตามกฎหมาย!?

Published

on

By

จากข่าวที่กำลังเป็นกระแสโดยการจอดรถขวางหน้าบ้านจนทำให้เจ้าของบ้านเดือดร้อน เชื่อว่าหลายๆคนได้ให้ความสำคัญกับข่าวนี้เป็นอย่างมากและมีคำถามตามมาในภายหลังว่าการจอดรถหน้าบ้านผู้อื่นจนทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร วันนี้มีคำตอบครับ

ตามกฎหมาย มาตรา 397 ได้กล่าวไว้ว่า “ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท”

เทียบเคียงฎีกา 1908/2518 “จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุ เป็นเพียงขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น ส่วนตัวโจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยได้ การกระทำของจำเลย ยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310* แต่เป็นการรังแกข่มเหงทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ แม้ซอยนั้นจะอยู่ในที่ดินของผู้มีชื่อซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้าน แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397”

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการจอดรถขวางหน้าบ้านผู้อื่นมีความผิดตามกฎหมาย สำหรับใครที่ทราบแบบนี้แล้วเวลาเดินทางแล้วจะหาที่จอดรถก็อยากให้ระมัดระวังกันด้วยนะครับว่าจะคุณไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างน้อยก็อยากให้ถือคติเอาใจเขามาใส่ใจเรากันให้เยอะๆคิดกลับกันว่าถ้าหากเราตกอยู่ในสถานะเจ้าบ้านที่ได้รับผลกระทบแบบนี้แล้วเราก็คงไม่แฮปปี้สักเท่าไหร่

หมายเหตุ : ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Continue Reading

Trending