Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

สาเหตุและวิธีแก้โคมไฟหน้ารถเหลือง

Published

on

สาเหตุและวิธีแก้โคมไฟหน้ารถเหลือง

รถยนต์เมื่อใช้ไปนานๆย่อมต้องเก่าเป็นธรรมดา การบำรุงรักษาอยู่เสมอๆจะทำให้การขับขี่ปลอดภัยพร้อมทั้งเป็นการยืดอายุการใช้งานของรถไปในตัว หนึ่งในนั้นก็คือโคมไฟหน้าซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้บ่อยที่สุด เมื่อใช้ไปนานๆจะพบว่าโคมไฟหน้ารถจะขุ่น หมองและมีสีเหลืองที่ไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่ สาเหตุของปัญหานี้เกิดจากอะไรได้บ้างและจะมีวิธีแก้อย่างไร มาดูกันในบทความนี้ได้เลยครับ

สาเหตุที่ทำให้โคมไฟหน้ารถเหลือง

  1. จอดรถตากแดด – การจอดรถตากแดดบ่อยๆ นอกจากจะส่งผลต่อสีรถแล้วยังส่งผลให้โคมไฟหมองและขุ่นได้ เพราะในรถบางคันใช้โคมไฟที่ทำมาจากอะครีลิคไม่ใช่โคมที่ทำมาจากแก้ว เมื่อถูกแสงแดดบ่อยๆจึงทำให้โคมไฟเหลืองได้ครับ
  2. เปิดไฟหน้าตอนกลางคืน – เลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วที่จะไม่เปิดไฟหน้าในตอนกลางคืน และแน่นอนว่าการเปิดไฟไว้ตลอดเวลาที่ขับขี่ อุณหภูมิจากหลอดไฟจะทำปฏิกิริยากับตัวโคมที่เป็นอะคริลิค เช่นเดียวกับกรณีที่จอดรถตากแดดนั่นเองครับ
  3. ไอหรือละอองน้ำมันจากถนน – ในสภาพการจราจรและสภาพถนนต่างๆบวกกับอุณหภูมิที่ร้อน ทำให้รถของคุณเจอกับละอองน้ำมันจากถนนได้ ซึ่งตัวน้ำมันจากถนนก็มาจากยางมะตอยนั่นเองครับที่เจอกับความร้อนจนระเหยเป็นไอ จนเข้ามาเกาะที่โคมไฟหน้าเรื่อยๆซ้ำๆจนเป็นคราบหนา จนทำให้โคมไฟหน้าขุ่นมัวและหมองในที่สุด
  4. เขม่าจากท่อไอเสีย – กรณี้นี้ก็จะคล้ายๆกับการถูกไอหรือละอองน้ำมันจากถนน ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอสภาพการจราจรที่ติดขัดและมีเขม่าจากท่อไอเสียจำนวนมากรอบๆรถคุณ และเจ้าเขม่านี่เองที่เป็นหนึ่งในต้นเหตุของโคมไฟหมองและเหลืองซึ่งไม่ต่างจากละอองน้ำมันจากถนนเลยล่ะครับ
  5. ความชื้นในโคมไฟ – รถยนต์ที่ใช้งานมานานมากๆ ตัวซีลยางบริเวณโคมไฟหน้ามักจะเสื่อมไปตามสภาพจนทำให้เวลาล้างรถหรือขับรถลุยน้ำหรือขณะที่ฝนตก จะทำให้ความชื้นและสนิมจะเข้ามาเกาะที่โคมไฟด้านในจนทำให้โคมไฟเหลืองได้ ถ้าเกิดอาการแบบนี้จะต้องถอดชิ้นส่วนออกมาทำความสะอาดข้างในตัวโคมซึ่งจะยุ่งยากกว่าการทำความสะอาดด้านนอก

วิธีแก้ไขเมื่อโคมไฟหน้าเหลือง

  1. ทำความสะอาดด้วยยาสีฟัน – ล้างโคมไฟหน้าให้สะอาดจากนั้นเช็ดให้แห้ง แล้วนำยาสีฟันมาถูให้ทั่วตัวโคมแล้วใช้ผ้าหรือฟองน้ำขัดให้ทั่ว จากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดในขั้นตอนสุดท้ายก็เป็นอันเสร็จพิธี ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้กับเฉพาะโคมไฟด้านนอกเท่านั้น
  2. ถอดโคมไฟออกมาทำความสะอาด – วิธีนี้จะต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญอย่างร้านคาร์แคร์หรือร้านที่รับขัดโคมไฟหน้า โดยการถอดชิ้นส่วนออกมาทำความสะอาดซึ่งแน่นอนว่าค่อนข้างยุ่งยากกว่าวิธีด้านบน เนื่องจากว่าเป็นการทำความสะอาดด้านในของโคมไฟ แต่ก็เป็นการรับประกันได้ว่าโคมไฟหน้ารถของคุณจะกลับมาสะอาดใสได้ 100%

การที่โคมไฟหน้าไม่ขุ่นมัวหรือเหลืองเป็นการการันตีได้ว่ารถคุณจะส่องสว่างได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่มีอะไรมาบดบังทัศนวิสัย ซึ่งนำมาถึงความปลอดภัยในการขับขี่ตลอดระยะเวลาที่คุณเดินทาง ถ้าหากโคมไฟเหลืองเมื่อไหร่ก็อย่าได้มองข้ามเป็นอันขาดนะครับเพราะความปลอดภัยของคุณต้องมาเป็นอันดับแรก

 

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

รู้หรือไม่…สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์แล้วสามารถวิ่งต่อได้อีกเท่าไร

Published

on

By

สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์เราสามารถวิ่งต่อได้อีกกี่กิโลเมตร ?
เมื่อสัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันสว่างขึ้นคนส่วนใหญ่จะคิดว่าน้ำมันรถของคุณหมดไม่เหลืออยู่ในถังแล้ว
แต่ที่จริงนั้นรถของคุณจะยังมีน้ำมันในถังเหลืออยู่ประมาณ 8-11 ลิตร แล้วแต่รุ่นรถ (อ้างอิงตามผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา)
หรือประมาณเกือบ 100 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่นรถของคุณเพื่อให้คุณสามารถหาปั๊มน้ำมันเติมได้

ข้อแนะนำ
1. หากเห็นว่าน้ำมันใกล้หมดก็ควรเติมเสียก่อน เพราะการทำงานของระบบวัดระยะทางของรถแต่ละคันจะแตกต่างกันไป หากขับรถเจอจราจรติดขัด ระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจต่ำกว่าในข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นได้
2. ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถังบ่อยๆเพราะอาจะมีปัญหาเกี่ยวกับปั๊มเชื้อเพลิงในอนาคตได้
3. ก่อนเดินทางไกลควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง และศึกษาเส้นทาง ปั๊มน้ำมันตามจุดๆต่างๆ ที่เราผ่านในเส้นทางนั้น

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Published

on

By


แม่เป็นคำนิยามสั้นๆ แต่ความหมายลึกซึ้ง เป็นความผูกพันที่ไม่มีวันหายจากกัน
เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข เป็นความจริงใจที่ไม่มีวันผันแปร
คุณอาจจะรักคนทั้งโลกได้แต่คุณจะไม่ได้รับความรักจากคนทั้งโลกเท่ากับความรักของแม่ที่มีให้คุณ
อย่าอายที่จะบอกรักแม่ อย่ากลัวที่จะทำเพื่อแม่ อย่าได้แต่คิดที่จะทำ….ให้แม่
เพราะแม่ไม่เคยอาย ไม่เคยกลัว และไม่เคยแค่คิดที่จะทำให้เราเลยสักครั้ง
อย่าให้เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างไร้ความหมาย …….
บริษัท โตโยต้าริช จำกัด ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระลึกและตอบแทนพระคุณของแม่
วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

จอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น มีความผิดตามกฎหมาย!?

Published

on

By

จากข่าวที่กำลังเป็นกระแสโดยการจอดรถขวางหน้าบ้านจนทำให้เจ้าของบ้านเดือดร้อน เชื่อว่าหลายๆคนได้ให้ความสำคัญกับข่าวนี้เป็นอย่างมากและมีคำถามตามมาในภายหลังว่าการจอดรถหน้าบ้านผู้อื่นจนทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร วันนี้มีคำตอบครับ

ตามกฎหมาย มาตรา 397 ได้กล่าวไว้ว่า “ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท”

เทียบเคียงฎีกา 1908/2518 “จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุ เป็นเพียงขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น ส่วนตัวโจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยได้ การกระทำของจำเลย ยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310* แต่เป็นการรังแกข่มเหงทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ แม้ซอยนั้นจะอยู่ในที่ดินของผู้มีชื่อซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้าน แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397”

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการจอดรถขวางหน้าบ้านผู้อื่นมีความผิดตามกฎหมาย สำหรับใครที่ทราบแบบนี้แล้วเวลาเดินทางแล้วจะหาที่จอดรถก็อยากให้ระมัดระวังกันด้วยนะครับว่าจะคุณไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างน้อยก็อยากให้ถือคติเอาใจเขามาใส่ใจเรากันให้เยอะๆคิดกลับกันว่าถ้าหากเราตกอยู่ในสถานะเจ้าบ้านที่ได้รับผลกระทบแบบนี้แล้วเราก็คงไม่แฮปปี้สักเท่าไหร่

หมายเหตุ : ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Continue Reading

Trending