Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วิธีแก้กลิ่นเหม็นอับจากแอร์รถยนต์

Published

on

วิธีแก้กลิ่นเหม็นอับจากแอร์รถยนต์

หลายๆคนที่มีรถยนต์คงเคยพบเจอกับเหตุการณ์ที่ว่าเปิดประตูรถแล้วได้กลิ่นเหม็นอับมากๆ และคิดว่าใครๆก็คงไม่อยากเจอแบบนี้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นนั้นหลักๆจะมาจากเชื้อราชนิดหนึ่ง ที่เกิดขึ้นได้ก็เพราะคอยล์เย็นแห้งไม่สนิท หรือมีความชื้นจากการทำงานของแอร์ นอกจากนี้ยังมีสิ่งสกปรกต่างๆเช่น ฝุ่นผง รวมถึงน้ำหอมติดรถยนต์ที่ระเหยและไหลเวียนอยู่ในรถยนต์ ซึ่งจะเข้าไปเกาะแผงคอยล์เย็นจนทำให้เกิดการสะสมจนมากขึ้นนั่นเองครับ โตโยต้าริชได้หาวิธีแก้กลิ่นเหม็นอับมาแบ่งปันโดยแต่ละวิธีนั้นรับรองว่าจะทำให้รถของคุณน่าขับขึ้นเป็นกอง แต่ละวิธีทำได้ดังนี้

  1. ใส่ถ่านไม้หุงข้าวไว้ในรถ โดยอาจจะนำใส่ถุงเล็กๆวางไว้ภายในรถเพราะด้วยคุณสมบัติของถ่านที่ช่วยดูดซับกลิ่น จะทำให้กลิ่นอับในรถคุณลดลงได้ครับ
  2. เบกกิ้งโซดาช่วยได้ นำผงฟูหรือเบกกิ้งโซดาใส่ถ้วยแล้วนำไปวางไว้ในรถ เพียงแค่นี้ก็จะช่วยดูดซับกลิ่นอับในรถของคุณได้ครับ
  3. ใช้สเปรย์ปรับอากาศฉีดพ่นภายในรถ แน่นอนว่าวิธีนี้หลายๆคนทำอยู่และได้ผลดีทีเดียว
  4. น้ำส้มสายชูก็ดับกลิ่นได้ แค่นำมาใส่ถ้วยแล้วนำมาวางไว้ในรถ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก็ทำให้กลิ่นอับหายได้
  5. เปิดพัดลมแอร์ไล่กลิ่น ทำการเปิดพัดลมแอร์ไล่กลิ่นก่อนประมาณ 5 นาที แล้วจึงค่อยเปิดระบบทำความเย็น การทำแบบนี้จะช่วยลดความชื้นในช่องแอร์และลดการเกิดเชื้อรา
  6. นำรถไปอาบแดดบ้างก็ดี แน่นอนว่ารังสียูวีจะทำหน้าที่ไล่กลิ่นอับและฆ่าเชื้อได้ดี วิธีทำก็ไม่ยากครับเพียงแค่เปิดประตู กระจกทิ้งไว้แค่นี้เอง ง่ายมากๆ

จริงๆแล้วมีหลายวิธีมากๆที่จะช่วยแก้กลิ่นเหม็นอับ แต่วิธีที่นำมาฝากเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผล ที่สำคัญทุกคนสามารถทำตามได้โดยใช้สิ่งของรอบตัวนั่นเองครับ แต่ถ้าลองทำตามแล้วยังไม่หายก็เหลืออีกวิธีเดียวคือให้ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ซึ่งก็คือ ร้านล้างรถนั่นเองครับ (หรือมาใช้บริการล้างรถวาววับ โตโยต้าริชก็ได้) ทำความสะอาดแบบ full option ก็จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่ารถของคุณจะปราศจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ 100%

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ ถูกต้อง !!!

Published

on

By

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง

หากใครคิดว่าการตรวจน้ำมันเครื่อง คือ การที่ตอนเช้าเปิดฝากระโปรงเสร็จแล้วดึงเหล็กออกมาดูระดับน้ำมันก่อนติดเครื่องเท่านั้นล่ะก็…. โปรดทราบว่านั่นเป็นวิธีที่ผิด !

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องก็คือ…

1. ต้องติดเครื่องทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยดึงเอาเหล็กวัดระดับน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู ! เรื่องนี้เจอการทำผิดเป็นประจำ เพราะหลายคนคิดว่า หากอยากรู้ระดับน้ำมัน ควรดึงออกมาตอนที่ไม่ติดเครื่อง ยิ่งเป็นตอนเช้าที่ยังไม่ได้ใช้ น้ำมันนอนนิ่งในเครื่องทำให้เห็นระดับน้ำมันจริงๆ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราควรมีการติดเครื่องยนต์เสียก่อนทิ้งไว้สักครู่ แล้วปิดเครื่อง จากนั้นรออีกประมาณ 3 – 5 นาที ค่อยตรวจสอบ การทำแบบนี้ทำให้เราทราบระดับของน้ำมันเครื่องในช่วงที่เครื่องทำงานจริง มีการส่งน้ำมันไปยังส่วนต่างๆ ของเครื่องแล้วว่ามันเหลืออยู่เท่าไหร่

2. การดูปริมาณน้ำมันที่ก้านวัดให้ทำ 3 ครั้ง ไม่ใช่ดึงขึ้นมาดูครั้งเดียวจบ ! เรื่องนี้ก็พบการทำผิดเสมอ หลังจากเราทำตามข้อ 1 แล้ว ให้ดึงเหล็กขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดเป็นครั้งที่ 1 จากนั้นจุ่มลงไปเอาขึ้นมาตรวจสอบเป็นครั้งที่ 2 และ เอาลงไปจุ่มแล้วดึงขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่ 3 ดูระดับน้ำมันทั้งสองครั้งหลัง เพื่อความแน่นอนว่ามีปริมาณน้ำมันเพียงพอ

3. นอกจากปริมาณน้ำมันแล้วยังต้องดูความหนืดและสีของน้ำมันเครื่องด้วย เรื่องนี้ส่วนมากไม่ได้ทำ จะดูแต่ระดับความสูงอย่างเดียว และไปเปลี่ยนตามระยะเวลา แต่ในความเป็นจริง เราควรดูสีและความหนืดของน้ำมันเครื่องด้วย น้ำมันเครื่องที่มีสีเข้มแสดงว่ามีเขม่าปนเปื้อนมาก และหากมีความหนืดน้อยแปลว่าน้ำมันเสื่อมสภาพในการหล่อลื่นแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นาน ก็จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว และระบายความร้อนได้ต่ำ ควรเปลี่ยนและควรมีการเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องด้วย

นี่เป็นวิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องที่เราควรทำเป็นประจำทุกวันก่อนที่จะใช้รถออกไปนอกบ้าน

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

Published

on

By

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

1. ตรวจเช็คระบบไล่ฝ้า
เปิดใช้งานระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แล้วตรวจดูว่าระบบทำงานปกติหรือไม่ ถ้ามีจุดใดเสียก็ให้รีบซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัย
2. ตรวจเช็กน้ำยาฉีดกระจก
เช็กระดับน้ำยาฉีดกระจกให้เต็มอยู่เสมอ โดยเติมน้ำยาฉีดกระจก ซึ่งอาจเติมน้ำเปล่าหรือซื้อน้ำยาเฉพาะมาใช้ก็ได้
3. ตรวจเช็กระบบเบรก
เริ่มด้วยการดูผ้าเบรกว่าเหลือมากน้อยขนาดไหน สังเกตลักษณะของจานเบรกว่ามีความคดหรือไม่ ดูน้ำมันเบรกว่าเหลือเท่าไหร่ถ้าน้อยก็ให้เติมลงไป
4. ตรวจเช็กสัญญาณไฟ
ช่วงฤดูหนาวที่อาจมีหมอกลงจัดในบางช่วง ทัศนวิสัยการมองเห็นจะลดน้อยลงอย่างมาก ควรตรวจสอบและเปลี่ยนหลอดไฟให้สว่างและใช้งานได้ตามปกติอยู่เสมอ

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

รู้หรือไม่…สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์แล้วสามารถวิ่งต่อได้อีกเท่าไร

Published

on

By

สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์เราสามารถวิ่งต่อได้อีกกี่กิโลเมตร ?
เมื่อสัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันสว่างขึ้นคนส่วนใหญ่จะคิดว่าน้ำมันรถของคุณหมดไม่เหลืออยู่ในถังแล้ว
แต่ที่จริงนั้นรถของคุณจะยังมีน้ำมันในถังเหลืออยู่ประมาณ 8-11 ลิตร แล้วแต่รุ่นรถ (อ้างอิงตามผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา)
หรือประมาณเกือบ 100 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่นรถของคุณเพื่อให้คุณสามารถหาปั๊มน้ำมันเติมได้

ข้อแนะนำ
1. หากเห็นว่าน้ำมันใกล้หมดก็ควรเติมเสียก่อน เพราะการทำงานของระบบวัดระยะทางของรถแต่ละคันจะแตกต่างกันไป หากขับรถเจอจราจรติดขัด ระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจต่ำกว่าในข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นได้
2. ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถังบ่อยๆเพราะอาจะมีปัญหาเกี่ยวกับปั๊มเชื้อเพลิงในอนาคตได้
3. ก่อนเดินทางไกลควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง และศึกษาเส้นทาง ปั๊มน้ำมันตามจุดๆต่างๆ ที่เราผ่านในเส้นทางนั้น

Continue Reading

Trending