Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

ข้อควรทำ – ไม่ควรทำ ล้างรถอย่างมือโปร

Published

on

ล้างรถ

ล้างรถอย่างมือโปร
เห็นข่าวพยากรณ์อากาศอีกไม่กี่วันจะมีลมแรง ฝนตกหนัก เลยคิดว่าทุกๆคนต้องได้เวลาล้างรถกันหลังจากนี้แน่นอน วันนี้แอดมินเลยนำบทความเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการล้างรถอย่างมือโปรมาฝากกัน
ในการล้างรถให้ดูเหมือนใหม่ไม่ใช่เรื่องยากและสามารถทำได้ด้วยตัวเอง แต่ก็มีสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำอยู่ มาดูกันว่าคุณกำลังทำแบบนี้อยู่หรือไม่?

  1. ไม้ปัดขนไก่ = รอยขนแมว บางครั้งรถของคุณมีฝุ่นเกาะอยู่มากมาย ถ้าหากจะใช้ไม้ปัดขนไก่มาปัดฝุ่น แอดมินว่าจะเป็นการทำร้ายรถซะมากกว่า ถึงแม้ว่าเจ้าอุปกรณ์นี้จะช่วยทำความสะอาดได้ดี รวดเร็ว แต่เมื่อฝุ่นหรือเม็ดทรายจับตัวกับไม้ปัดขนไก่ก็สามารถทิ้งร่องรอยขนแมวให้รถคุณได้ง่ายๆเช่นกัน
  2. ล้างแล้วลูบ = วิธีการขจัดฝุ่นที่ดีคือการล้างด้วยน้ำ เมื่อชะล้างสิ่งสกปรกหรือโคลนแล้ว ควรเปิดน้ำเบาๆแล้วใช้มือลูบอีกทีเพื่อลดการเกิดรอยก่อนทำความสะอาดด้วยฟองน้ำและน้ำยาล้างรถ
  3. เลิกใช้ซะ…น้ำยาล้างจานและฝงซักฟอก = ข้อนี้คิดว่าส่วนใหญ่ก็คงทำกันอยู่แน่ๆและไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก ด้วยส่วนผสมที่อยู่ในน้ำยาล้างจานและผงซักฟอกถูกสร้างมาเพื่อขจัดคราบสกปรก จะทำให้ชะล้างตัว wax เคลือบชั้นแลคเกอร์ของรถของคุณซึ่งทำให้สีรถหมองและยังทำให้ชั้นแลคเกอร์เสื่อมสภาพเร็วตามมา ควรใช้น้ำยาสำหรับล้างรถโดยตรงเป็นการดีที่สุด
  4. หยุดทำร้ายรถด้วยผ้าเก่าๆ = การเช็ดรถหลังจากล้างรถ หลายๆคนจะใช้ผ้าเช็ดเพราะคิดว่ามีการดูดซับน้ำได้เยอะ ความจริงแล้วเสื้อผ้าก็สามารถทิ้งรอยให้กับรถคุณได้ แนะนำให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์จะดีกว่าและไม่ทำให้รถเป็นรอยด้วย

4 ข้อนี้เป็นข้อเสนอแนะเบื้องต้นในการดูแลรักษารถและเป็นสิ่งที่หลายๆคนมองข้าม ลองนำคำแนะนำจากแอดมินไปปฏิบัติดูแล้วคุณจะสามารถล้างรถได้อย่างสะอาดเหมือนใหม่และไม่ทิ้งรอยให้คุณต้องกังวลใจอีกต่อไป “โตโยต้าริช เคียงข้างคุณตลอดไป”

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ ถูกต้อง !!!

Published

on

By

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง

หากใครคิดว่าการตรวจน้ำมันเครื่อง คือ การที่ตอนเช้าเปิดฝากระโปรงเสร็จแล้วดึงเหล็กออกมาดูระดับน้ำมันก่อนติดเครื่องเท่านั้นล่ะก็…. โปรดทราบว่านั่นเป็นวิธีที่ผิด !

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องก็คือ…

1. ต้องติดเครื่องทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยดึงเอาเหล็กวัดระดับน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู ! เรื่องนี้เจอการทำผิดเป็นประจำ เพราะหลายคนคิดว่า หากอยากรู้ระดับน้ำมัน ควรดึงออกมาตอนที่ไม่ติดเครื่อง ยิ่งเป็นตอนเช้าที่ยังไม่ได้ใช้ น้ำมันนอนนิ่งในเครื่องทำให้เห็นระดับน้ำมันจริงๆ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราควรมีการติดเครื่องยนต์เสียก่อนทิ้งไว้สักครู่ แล้วปิดเครื่อง จากนั้นรออีกประมาณ 3 – 5 นาที ค่อยตรวจสอบ การทำแบบนี้ทำให้เราทราบระดับของน้ำมันเครื่องในช่วงที่เครื่องทำงานจริง มีการส่งน้ำมันไปยังส่วนต่างๆ ของเครื่องแล้วว่ามันเหลืออยู่เท่าไหร่

2. การดูปริมาณน้ำมันที่ก้านวัดให้ทำ 3 ครั้ง ไม่ใช่ดึงขึ้นมาดูครั้งเดียวจบ ! เรื่องนี้ก็พบการทำผิดเสมอ หลังจากเราทำตามข้อ 1 แล้ว ให้ดึงเหล็กขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดเป็นครั้งที่ 1 จากนั้นจุ่มลงไปเอาขึ้นมาตรวจสอบเป็นครั้งที่ 2 และ เอาลงไปจุ่มแล้วดึงขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่ 3 ดูระดับน้ำมันทั้งสองครั้งหลัง เพื่อความแน่นอนว่ามีปริมาณน้ำมันเพียงพอ

3. นอกจากปริมาณน้ำมันแล้วยังต้องดูความหนืดและสีของน้ำมันเครื่องด้วย เรื่องนี้ส่วนมากไม่ได้ทำ จะดูแต่ระดับความสูงอย่างเดียว และไปเปลี่ยนตามระยะเวลา แต่ในความเป็นจริง เราควรดูสีและความหนืดของน้ำมันเครื่องด้วย น้ำมันเครื่องที่มีสีเข้มแสดงว่ามีเขม่าปนเปื้อนมาก และหากมีความหนืดน้อยแปลว่าน้ำมันเสื่อมสภาพในการหล่อลื่นแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นาน ก็จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว และระบายความร้อนได้ต่ำ ควรเปลี่ยนและควรมีการเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องด้วย

นี่เป็นวิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องที่เราควรทำเป็นประจำทุกวันก่อนที่จะใช้รถออกไปนอกบ้าน

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

Published

on

By

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

1. ตรวจเช็คระบบไล่ฝ้า
เปิดใช้งานระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แล้วตรวจดูว่าระบบทำงานปกติหรือไม่ ถ้ามีจุดใดเสียก็ให้รีบซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัย
2. ตรวจเช็กน้ำยาฉีดกระจก
เช็กระดับน้ำยาฉีดกระจกให้เต็มอยู่เสมอ โดยเติมน้ำยาฉีดกระจก ซึ่งอาจเติมน้ำเปล่าหรือซื้อน้ำยาเฉพาะมาใช้ก็ได้
3. ตรวจเช็กระบบเบรก
เริ่มด้วยการดูผ้าเบรกว่าเหลือมากน้อยขนาดไหน สังเกตลักษณะของจานเบรกว่ามีความคดหรือไม่ ดูน้ำมันเบรกว่าเหลือเท่าไหร่ถ้าน้อยก็ให้เติมลงไป
4. ตรวจเช็กสัญญาณไฟ
ช่วงฤดูหนาวที่อาจมีหมอกลงจัดในบางช่วง ทัศนวิสัยการมองเห็นจะลดน้อยลงอย่างมาก ควรตรวจสอบและเปลี่ยนหลอดไฟให้สว่างและใช้งานได้ตามปกติอยู่เสมอ

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

รู้หรือไม่…สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์แล้วสามารถวิ่งต่อได้อีกเท่าไร

Published

on

By

สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์เราสามารถวิ่งต่อได้อีกกี่กิโลเมตร ?
เมื่อสัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันสว่างขึ้นคนส่วนใหญ่จะคิดว่าน้ำมันรถของคุณหมดไม่เหลืออยู่ในถังแล้ว
แต่ที่จริงนั้นรถของคุณจะยังมีน้ำมันในถังเหลืออยู่ประมาณ 8-11 ลิตร แล้วแต่รุ่นรถ (อ้างอิงตามผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา)
หรือประมาณเกือบ 100 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่นรถของคุณเพื่อให้คุณสามารถหาปั๊มน้ำมันเติมได้

ข้อแนะนำ
1. หากเห็นว่าน้ำมันใกล้หมดก็ควรเติมเสียก่อน เพราะการทำงานของระบบวัดระยะทางของรถแต่ละคันจะแตกต่างกันไป หากขับรถเจอจราจรติดขัด ระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจต่ำกว่าในข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นได้
2. ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถังบ่อยๆเพราะอาจะมีปัญหาเกี่ยวกับปั๊มเชื้อเพลิงในอนาคตได้
3. ก่อนเดินทางไกลควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง และศึกษาเส้นทาง ปั๊มน้ำมันตามจุดๆต่างๆ ที่เราผ่านในเส้นทางนั้น

Continue Reading

Trending