Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

น้ำมันเครื่องหายเกิดจากอะไร?

Published

on

น้ำมันเครื่องหายเกิดจากอะไร?

หน้าที่หลักๆของน้ำมันเครื่องคือช่วยหล่อลื่นให้กับชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ รวมไปถึงลดการสึกหรอ ป้องกันการเกิดสนิม อีกทั้งยังทำหน้านี้ทำความสะอาดเครื่องยนต์ไปในตัว ถ้าเกิดน้ำมันเครื่องหายแล้วละเลยจนทำให้น้ำมันเครื่องขาดขึ้นมาล่ะก็…แน่นอนว่าเครื่องยนต์ของคุณจะพังจนถึงขั้นต้องยกเครื่องใหม่ทั้งลูกเลยทีเดียวครับ ดังนั้นอย่าปล่อยให้น้ำมันเครื่องพร่องโดยเด็ดขาด แต่ก็มีบางกรณีที่จู่ๆน้ำมันเครื่องที่มีอยู่ดันหายซะอย่างงั้น!? ซึ่งสันนิษฐานไว้ได้ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับรถคุณอยู่แน่ๆ

ซึ่งอาการน้ำมันเครื่องหายนั้นสาเหตุหลักๆเกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้

  1. เครื่องยนต์มีรอยรั่วหรือซึม – อาการนี้สังเกตได้เบื้องต้นโดยการดูหยดน้ำมันบนพื้นที่รถจอดอยู่นั่นเองครับ ถ้าหากพบว่ามีรอยน้ำมันหยดอยู่แสดงว่าเครื่องยนต์รถคุณมีรอยรั่วซึม 100% ซึ่งน้ำมันเครื่องอาจจะซึมออกมาจากส่วนข้อต่อ ประเก็นฝาครอบวาล์ว หรือ ซีลยางของเครื่องยนต์ ถ้าเกิดจากสาเหตุนี้ก็แนะนำให้เข้าศูนย์เช็คและซ่อมโดยด่วนครับ
  2. เครื่องยนต์สึกหรอ –  จะทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ยิ่งถ้าชิ้นส่วนลูกสูบ กระบอกสูบ หรือแหวนลูกสูบในเครื่องยนต์มีปัญหา น้ำมันเครื่องจะถูกเผาไหม้ในห้องเครื่องจนทำให้น้ำมันเครื่องหายได้ครับ
  3. ร่องนำวาล์วและก้านวาล์วสึกหรอ – อาการจะคล้ายกับเครื่องยนต์สึกหรอ คือ น้ำมันเครื่องจะซึมผ่านร่องนำวาล์วและก้านวาล์วจนถูกเผ่าไหม้ในห้องเครื่องนั่นเองครับ
  4. อุณหภูมิเครื่องยนต์ร้อนจัด – กรณีนี้เกิดยากมากกับรถยนต์ในปัจจุบัน แต่ก็มีโอกาสที่จะเกิดอยู่บ้าง เช่นในกรณีที่ต้องเดินทางไกลใช้งานรถยนต์แบบยาวๆ เป็นต้น ดังนั้นหลังจากขับทางไกลกลับมาก็ลองเช็คระดับน้ำมันเครื่องเพื่อป้องกันไว้ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะป้องกันน้ำมันเครื่องหายได้ครับ

เหมือนว่าปัญหาน้ำมันเครื่องหายจะดูเล็กน้อย แต่ถ้าขาดการดูแลจนเกิดปัญหาแล้วล่ะก็…อาจจะต้องเสียเงินจำนวนมากไปกับการยกเครื่องหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนเครื่องยนต์ใหม่ ซึ่งเสียเงินมากกว่าการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหรือเติมน้ำมันเครื่องอย่างแน่นอนครับ

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ ถูกต้อง !!!

Published

on

By

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง

หากใครคิดว่าการตรวจน้ำมันเครื่อง คือ การที่ตอนเช้าเปิดฝากระโปรงเสร็จแล้วดึงเหล็กออกมาดูระดับน้ำมันก่อนติดเครื่องเท่านั้นล่ะก็…. โปรดทราบว่านั่นเป็นวิธีที่ผิด !

การตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องก็คือ…

1. ต้องติดเครื่องทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยดึงเอาเหล็กวัดระดับน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู ! เรื่องนี้เจอการทำผิดเป็นประจำ เพราะหลายคนคิดว่า หากอยากรู้ระดับน้ำมัน ควรดึงออกมาตอนที่ไม่ติดเครื่อง ยิ่งเป็นตอนเช้าที่ยังไม่ได้ใช้ น้ำมันนอนนิ่งในเครื่องทำให้เห็นระดับน้ำมันจริงๆ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราควรมีการติดเครื่องยนต์เสียก่อนทิ้งไว้สักครู่ แล้วปิดเครื่อง จากนั้นรออีกประมาณ 3 – 5 นาที ค่อยตรวจสอบ การทำแบบนี้ทำให้เราทราบระดับของน้ำมันเครื่องในช่วงที่เครื่องทำงานจริง มีการส่งน้ำมันไปยังส่วนต่างๆ ของเครื่องแล้วว่ามันเหลืออยู่เท่าไหร่

2. การดูปริมาณน้ำมันที่ก้านวัดให้ทำ 3 ครั้ง ไม่ใช่ดึงขึ้นมาดูครั้งเดียวจบ ! เรื่องนี้ก็พบการทำผิดเสมอ หลังจากเราทำตามข้อ 1 แล้ว ให้ดึงเหล็กขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดเป็นครั้งที่ 1 จากนั้นจุ่มลงไปเอาขึ้นมาตรวจสอบเป็นครั้งที่ 2 และ เอาลงไปจุ่มแล้วดึงขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่ 3 ดูระดับน้ำมันทั้งสองครั้งหลัง เพื่อความแน่นอนว่ามีปริมาณน้ำมันเพียงพอ

3. นอกจากปริมาณน้ำมันแล้วยังต้องดูความหนืดและสีของน้ำมันเครื่องด้วย เรื่องนี้ส่วนมากไม่ได้ทำ จะดูแต่ระดับความสูงอย่างเดียว และไปเปลี่ยนตามระยะเวลา แต่ในความเป็นจริง เราควรดูสีและความหนืดของน้ำมันเครื่องด้วย น้ำมันเครื่องที่มีสีเข้มแสดงว่ามีเขม่าปนเปื้อนมาก และหากมีความหนืดน้อยแปลว่าน้ำมันเสื่อมสภาพในการหล่อลื่นแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นาน ก็จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว และระบายความร้อนได้ต่ำ ควรเปลี่ยนและควรมีการเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องด้วย

นี่เป็นวิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องที่เราควรทำเป็นประจำทุกวันก่อนที่จะใช้รถออกไปนอกบ้าน

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

Published

on

By

4 สิ่งที่ควรเช็กก่อนขับรถในช่วงหน้าหนาว

1. ตรวจเช็คระบบไล่ฝ้า
เปิดใช้งานระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แล้วตรวจดูว่าระบบทำงานปกติหรือไม่ ถ้ามีจุดใดเสียก็ให้รีบซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัย
2. ตรวจเช็กน้ำยาฉีดกระจก
เช็กระดับน้ำยาฉีดกระจกให้เต็มอยู่เสมอ โดยเติมน้ำยาฉีดกระจก ซึ่งอาจเติมน้ำเปล่าหรือซื้อน้ำยาเฉพาะมาใช้ก็ได้
3. ตรวจเช็กระบบเบรก
เริ่มด้วยการดูผ้าเบรกว่าเหลือมากน้อยขนาดไหน สังเกตลักษณะของจานเบรกว่ามีความคดหรือไม่ ดูน้ำมันเบรกว่าเหลือเท่าไหร่ถ้าน้อยก็ให้เติมลงไป
4. ตรวจเช็กสัญญาณไฟ
ช่วงฤดูหนาวที่อาจมีหมอกลงจัดในบางช่วง ทัศนวิสัยการมองเห็นจะลดน้อยลงอย่างมาก ควรตรวจสอบและเปลี่ยนหลอดไฟให้สว่างและใช้งานได้ตามปกติอยู่เสมอ

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

รู้หรือไม่…สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์แล้วสามารถวิ่งต่อได้อีกเท่าไร

Published

on

By

สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์เราสามารถวิ่งต่อได้อีกกี่กิโลเมตร ?
เมื่อสัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันสว่างขึ้นคนส่วนใหญ่จะคิดว่าน้ำมันรถของคุณหมดไม่เหลืออยู่ในถังแล้ว
แต่ที่จริงนั้นรถของคุณจะยังมีน้ำมันในถังเหลืออยู่ประมาณ 8-11 ลิตร แล้วแต่รุ่นรถ (อ้างอิงตามผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา)
หรือประมาณเกือบ 100 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่นรถของคุณเพื่อให้คุณสามารถหาปั๊มน้ำมันเติมได้

ข้อแนะนำ
1. หากเห็นว่าน้ำมันใกล้หมดก็ควรเติมเสียก่อน เพราะการทำงานของระบบวัดระยะทางของรถแต่ละคันจะแตกต่างกันไป หากขับรถเจอจราจรติดขัด ระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจต่ำกว่าในข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นได้
2. ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถังบ่อยๆเพราะอาจะมีปัญหาเกี่ยวกับปั๊มเชื้อเพลิงในอนาคตได้
3. ก่อนเดินทางไกลควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง และศึกษาเส้นทาง ปั๊มน้ำมันตามจุดๆต่างๆ ที่เราผ่านในเส้นทางนั้น

Continue Reading

Trending