Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

น้ำดื่มเติมแทนน้ำกลั่นได้…จริงหรือไม่?

Published

on

โดยปกติแล้วการเติมน้ำกลั่นในแบตเตอรรี่ก็คงจะไม่ได้แปลกอะไร แต่ก็มีหลายๆคนสงสัยว่าถ้าหากน้ำกลั่นหมดหรือไม่สะดวกที่จะเติมน้ำกลั่นแล้วเราจะใช้น้ำเปล่าเติมแทนได้มั๊ย? แล้วจะมีผลเสียอะไรรึเปล่า วันนี้โตโยต้าริชมีคำตอบให้ครับ

น้ำกลั่น คือ น้ำที่ผ่านกระบวนการทำความร้อนด้วยเครื่องกลั่นน้ำและระเหยกลายเป็นไอ แล้วทำให้ไอน้ำเย็นลงจนกลายเป็นหยดน้ำอีกครั้งเพื่อกำจัดเอาแร่ธาตุทุกชนิดให้แยกตัวออกไป นั่นก็คือในน้ำจะปราศจากเชื้อโรค โลหะหนัก และสิ่งเจือปนต่างๆ หรือเรียกได้ว่าน้ำกลั่นเป็นน้ำที่บริสุทธิ์มากๆนั่นเองครับ

ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายๆคนเข้าใจผิดว่าน้ำกลั่นก็เหมือนๆกันกับน้ำปกติทั่วๆไป ต่างกันแค่การผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์แค่นั้นเอง จึงทำให้เข้าใจผิดไปอีกว่าสามารถใช้น้ำประปาหรือน้ำดื่มเติมแทนน้ำกลั่นได้ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดมากๆครับ เพราะว่าโดยปกติแล้วน้ำที่อยู่ในแบตเตอรี่จะมีสภาพเป็น “น้ำกรด” และจะลดลงเรื่อยๆจากการทำปฏิกิริยาเคมีกับแผ่นตะกั่วในแบตเตอรี่ ซึ่งบางส่วนจะระเหยเป็นไฮโดรเจนและอ็อกซิเจน(กลายเป็นไอน้ำ) จนกลายเป็นน้ำกรดที่มีความเข้มข้นสูงมาก ถ้าน้ำกรดมีปริมาณลดลงจึงต้องเติมน้ำกลั่นเข้าไปเพื่อนำไฟฟ้าในแบตเตอรี่ แต่น้ำที่เติมเข้าไปนั้น “ต้อง” มีคุณสมบัติดังนี้คือ น้ำที่เติมในแบตเตอรี่ “ห้าม” มีแร่ธาตุเป็นส่วนผสม ถ้ามีต้องไม่เกินเกณฑ์ที่ผู้ผลิตกำหนด ยกตัวอย่างเช่น แคลเซียม (CALCIUM) ห้ามเกิน 40 ส่วนในล้านส่วน (PPM), แมกนีเซียม (MAGNESIUM) ห้ามเกิน 40 ส่วนในล้านส่วน (PPM) หรือไนเตรท (NITRATES) ห้ามเกิน 10 ส่วนในล้านส่วน (PPM) เป็นต้น

ในน้ำดื่มหรือน้ำประปาจะมีแร่ธาตุที่สูงเกินกำหนดซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพของแบตเตอรี่โดยตรง คือทำให้อายุการใช้งานสั้นลงและไม่สามารถนำไฟฟ้าได้ดีเหมือนการเติมน้ำกลั่นซึ่งเป็นน้ำที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเติมในแบตเตอรี่โดยเฉพาะนั่นเองครับ  ถึงตรงนี้ก็คงทำให้หลายๆคนเข้าใจตรงกันแล้วว่า “น้ำดื่มไม่สามารถเติมในแบตเตอรี่แทนน้ำกลั่นได้”

ส่วนในท้องตลาดก็มีน้ำกลั่นหลายประเภททั้งใส่สีและไม่ใส่สี แล้วจะเลือกใช้แบบไหนทางโตโยต้าริชขอแนะนำว่าทั้ง 2 ประเภทไม่ได้มีความแตกต่างกันแต่อย่างใด ทั้งในด้านคุณภาพและประสิทธิภาพ ที่ต่างกันก็คงมีเพียงแค่สีเท่านั้นเองครับ ดังนั้นอย่าปล่อยให้แบตเตอรี่แห้งเป็นเด็ดขาด เพราะอาจถึงขั้นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่เลยล่ะครับ

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

รู้หรือไม่…สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์แล้วสามารถวิ่งต่อได้อีกเท่าไร

Published

on

By

สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์เราสามารถวิ่งต่อได้อีกกี่กิโลเมตร ?
เมื่อสัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันสว่างขึ้นคนส่วนใหญ่จะคิดว่าน้ำมันรถของคุณหมดไม่เหลืออยู่ในถังแล้ว
แต่ที่จริงนั้นรถของคุณจะยังมีน้ำมันในถังเหลืออยู่ประมาณ 8-11 ลิตร แล้วแต่รุ่นรถ (อ้างอิงตามผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา)
หรือประมาณเกือบ 100 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่นรถของคุณเพื่อให้คุณสามารถหาปั๊มน้ำมันเติมได้

ข้อแนะนำ
1. หากเห็นว่าน้ำมันใกล้หมดก็ควรเติมเสียก่อน เพราะการทำงานของระบบวัดระยะทางของรถแต่ละคันจะแตกต่างกันไป หากขับรถเจอจราจรติดขัด ระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจต่ำกว่าในข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นได้
2. ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถังบ่อยๆเพราะอาจะมีปัญหาเกี่ยวกับปั๊มเชื้อเพลิงในอนาคตได้
3. ก่อนเดินทางไกลควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง และศึกษาเส้นทาง ปั๊มน้ำมันตามจุดๆต่างๆ ที่เราผ่านในเส้นทางนั้น

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Published

on

By


แม่เป็นคำนิยามสั้นๆ แต่ความหมายลึกซึ้ง เป็นความผูกพันที่ไม่มีวันหายจากกัน
เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข เป็นความจริงใจที่ไม่มีวันผันแปร
คุณอาจจะรักคนทั้งโลกได้แต่คุณจะไม่ได้รับความรักจากคนทั้งโลกเท่ากับความรักของแม่ที่มีให้คุณ
อย่าอายที่จะบอกรักแม่ อย่ากลัวที่จะทำเพื่อแม่ อย่าได้แต่คิดที่จะทำ….ให้แม่
เพราะแม่ไม่เคยอาย ไม่เคยกลัว และไม่เคยแค่คิดที่จะทำให้เราเลยสักครั้ง
อย่าให้เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างไร้ความหมาย …….
บริษัท โตโยต้าริช จำกัด ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระลึกและตอบแทนพระคุณของแม่
วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

จอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น มีความผิดตามกฎหมาย!?

Published

on

By

จากข่าวที่กำลังเป็นกระแสโดยการจอดรถขวางหน้าบ้านจนทำให้เจ้าของบ้านเดือดร้อน เชื่อว่าหลายๆคนได้ให้ความสำคัญกับข่าวนี้เป็นอย่างมากและมีคำถามตามมาในภายหลังว่าการจอดรถหน้าบ้านผู้อื่นจนทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร วันนี้มีคำตอบครับ

ตามกฎหมาย มาตรา 397 ได้กล่าวไว้ว่า “ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท”

เทียบเคียงฎีกา 1908/2518 “จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุ เป็นเพียงขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น ส่วนตัวโจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยได้ การกระทำของจำเลย ยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310* แต่เป็นการรังแกข่มเหงทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ แม้ซอยนั้นจะอยู่ในที่ดินของผู้มีชื่อซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้าน แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397”

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการจอดรถขวางหน้าบ้านผู้อื่นมีความผิดตามกฎหมาย สำหรับใครที่ทราบแบบนี้แล้วเวลาเดินทางแล้วจะหาที่จอดรถก็อยากให้ระมัดระวังกันด้วยนะครับว่าจะคุณไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างน้อยก็อยากให้ถือคติเอาใจเขามาใส่ใจเรากันให้เยอะๆคิดกลับกันว่าถ้าหากเราตกอยู่ในสถานะเจ้าบ้านที่ได้รับผลกระทบแบบนี้แล้วเราก็คงไม่แฮปปี้สักเท่าไหร่

หมายเหตุ : ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Continue Reading

Trending