Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

ขับรถเหยียบแอ่งน้ำใส่ผู้อื่น ก็โดนฟ้องได้

Published

on

ขับรถเหยียบแอ่งน้ำใส่ผู้อื่น โดนฟ้องได้

ในช่วงเข้าหน้าฝนแบบนี้ เวลาเดินทางสำหรับผู้ขับรถยนต์ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะว่าถ้าหากคุณขับรถลุยแอ่งน้ำแล้วกระเด็นใส่ผู้อื่นล่ะก็…มีสิทธิ์ที่จะถูกฟ้องได้

เชื่อว่าเหตุการณ์นี้เคยเกิดกับทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็นเวลาเดินทางไปทำงาน ทำธุระหรือรอรถกลับบ้าน ในการเดินทางที่เร่งรีบแบบนี้ก็มักจะทำให้อารมณ์ของคุณไม่ได้ดีเหมือนเดินอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์แน่ๆ แล้วยิ่งถ้ามีรถขับลุยแอ่งน้ำจนกระเด็นมาโดนใส่แบบเลี่ยงไม่ได้ก็ยิ่งจะเพิ่มความหงุดหงิดอารมณ์เสียเป็นทวีคูณ แต่ช้าก่อนนน!! ถ้าหากเกิดเคสแบบนี้แล้วแล้วคุณเป็นผู้ถูกกระทำคุณก็สามารถที่จะฟ้องร้องเพื่อดำเนินคดีต่อผู้ขับรถคู่กรณีได้เพราะ “ตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก มาตรา 43 และ 160 โทษฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนหรือปลอดภัยของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ.ณัฏฐ์ภาณพ วัชรเสวี กล่าวว่า กรณีนี้เกิดขึ้นใน ฤดูฝนบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่มักจะจับมือใครดมไม่ได้ เพราะผู้ที่ถูกกระทำมักจะตกใจหรือโกรธ จนลืมจำทะเบียนรถคันที่ก่อเหตุ อย่างไรก็ตามตามกฎหมายจราจรแล้วกรณีนี้ผู้ขับรถมีความผิดเต็มๆ ใครที่ถูกกระทำดังกล่าวอย่ามัวแต่โกรธ หรือตกใจจนขาดสติ ให้จำเลขทะเบียนรถคันดังกล่าวเอาไว้ และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใกล้ที่สุดได้ทันที และทางพ.ต.อ.ณัฏฐ์ภาณพ วัชรเสวีได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ที่ผ่านมา หากเจ้าทุกข์เกิดจำทะเบียนรถคนขับที่สร้างความเดือดร้อนกระทงนี้ แล้วให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เรียกตัวมาดำเนินการ เจ้าของรถมักจะยอมรับโดยดี ส่วนใหญ่ตำรวจก็จะปรับหรือตักเตือนกันไปตามระเบียบ แต่ทางที่ดีแล้วเพื่อไม่ให้เดือดร้อนเสียเวลาทั้ง 2 ฝ่าย และเพื่อความปลอดภัยด้วย ช่วงฝนตก ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถมากกว่าปกติอีกเท่าตัว” (นสพ.มติชน 15 ก.ค. 48)

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในช่วงหน้าฝนหรือไม่ การขับขี่ที่ปลอดภัยห่วงใยเพื่อนร่วมทางจะทำให้การเดินทางของทุกๆคนผ่านไปได้ด้วยดีไม่มีปัญหานะครับผม 🙂

โตโยต้าริช เคียงข้างคุณตลอดไป

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

รู้หรือไม่…สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์แล้วสามารถวิ่งต่อได้อีกเท่าไร

Published

on

By

สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์เราสามารถวิ่งต่อได้อีกกี่กิโลเมตร ?
เมื่อสัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันสว่างขึ้นคนส่วนใหญ่จะคิดว่าน้ำมันรถของคุณหมดไม่เหลืออยู่ในถังแล้ว
แต่ที่จริงนั้นรถของคุณจะยังมีน้ำมันในถังเหลืออยู่ประมาณ 8-11 ลิตร แล้วแต่รุ่นรถ (อ้างอิงตามผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา)
หรือประมาณเกือบ 100 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่นรถของคุณเพื่อให้คุณสามารถหาปั๊มน้ำมันเติมได้

ข้อแนะนำ
1. หากเห็นว่าน้ำมันใกล้หมดก็ควรเติมเสียก่อน เพราะการทำงานของระบบวัดระยะทางของรถแต่ละคันจะแตกต่างกันไป หากขับรถเจอจราจรติดขัด ระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจต่ำกว่าในข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นได้
2. ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถังบ่อยๆเพราะอาจะมีปัญหาเกี่ยวกับปั๊มเชื้อเพลิงในอนาคตได้
3. ก่อนเดินทางไกลควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง และศึกษาเส้นทาง ปั๊มน้ำมันตามจุดๆต่างๆ ที่เราผ่านในเส้นทางนั้น

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Published

on

By


แม่เป็นคำนิยามสั้นๆ แต่ความหมายลึกซึ้ง เป็นความผูกพันที่ไม่มีวันหายจากกัน
เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข เป็นความจริงใจที่ไม่มีวันผันแปร
คุณอาจจะรักคนทั้งโลกได้แต่คุณจะไม่ได้รับความรักจากคนทั้งโลกเท่ากับความรักของแม่ที่มีให้คุณ
อย่าอายที่จะบอกรักแม่ อย่ากลัวที่จะทำเพื่อแม่ อย่าได้แต่คิดที่จะทำ….ให้แม่
เพราะแม่ไม่เคยอาย ไม่เคยกลัว และไม่เคยแค่คิดที่จะทำให้เราเลยสักครั้ง
อย่าให้เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างไร้ความหมาย …….
บริษัท โตโยต้าริช จำกัด ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระลึกและตอบแทนพระคุณของแม่
วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

จอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น มีความผิดตามกฎหมาย!?

Published

on

By

จากข่าวที่กำลังเป็นกระแสโดยการจอดรถขวางหน้าบ้านจนทำให้เจ้าของบ้านเดือดร้อน เชื่อว่าหลายๆคนได้ให้ความสำคัญกับข่าวนี้เป็นอย่างมากและมีคำถามตามมาในภายหลังว่าการจอดรถหน้าบ้านผู้อื่นจนทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร วันนี้มีคำตอบครับ

ตามกฎหมาย มาตรา 397 ได้กล่าวไว้ว่า “ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท”

เทียบเคียงฎีกา 1908/2518 “จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุ เป็นเพียงขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น ส่วนตัวโจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยได้ การกระทำของจำเลย ยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310* แต่เป็นการรังแกข่มเหงทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ แม้ซอยนั้นจะอยู่ในที่ดินของผู้มีชื่อซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้าน แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397”

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการจอดรถขวางหน้าบ้านผู้อื่นมีความผิดตามกฎหมาย สำหรับใครที่ทราบแบบนี้แล้วเวลาเดินทางแล้วจะหาที่จอดรถก็อยากให้ระมัดระวังกันด้วยนะครับว่าจะคุณไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างน้อยก็อยากให้ถือคติเอาใจเขามาใส่ใจเรากันให้เยอะๆคิดกลับกันว่าถ้าหากเราตกอยู่ในสถานะเจ้าบ้านที่ได้รับผลกระทบแบบนี้แล้วเราก็คงไม่แฮปปี้สักเท่าไหร่

หมายเหตุ : ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Continue Reading

Trending