Connect with us

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

ขับรถปลอดภัยในวันที่ฝนตกหนัก

Published

on

ขับรถช่วงหน้าฝน

ขับรถปลอดภัยในวันที่ฝนตกหนัก

สภาพดินฟ้าอากาศในช่วงนี้ค่อนข้างแปรปรวนทั้งฝนตกหนักและลมแรงมากกกกกๆๆ ทำให้การใช้รถใช้ถนนในช่วงนี้ก็ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะด้วยสภาพถนนและการจราจรในขณะฝนตกนั้น โอกาสของการเกิดอุบัติเหตุก็เพิ่มตาม แต่ถ้าปฏิบัติตามข้อแนะนำเหล่านี้รับรองว่าการขับขี่ของคุณจะปลอดภัยมากขึ้น มีคำแนะนำอะไรบ้างนั้น ตามมาโลด

-ลดความเร็วลง แน่นอนว่าการลดความเร็วลดจะทำให้การขับขี่ควบคุมได้ง่าย ในสภาพฝนตกหนักก็เช่นกันแนะนำให้ลดความเร็วลงและขับไม่เกิน 60 km/h จะดีที่สุดครับ

-เช็คใบปัดน้ำฝนก่อนขับ การเตรียมตัวก่อนลุยฝน แอดมินอยากให้เช็คใบปัดน้ำฝนด้วยเพราะเป็นอุปกรณ์ที่ได้ใช้บ่อยที่สุด และถ้าเช็คแล้วตัวยางเสื่อมสภาพจะทำให้การทำความสะอาดกระจกรถไม่ดีเท่าที่ควร ถ้าขับในช่วงฝนตกหนักก็ยิ่งเป็นอันตราย แต่ถ้าอุปกรณ์นี้ยังใช้งานได้ดีเยี่ยมก็หายห่วงครับ จะเหลือแต่เรื่องการใช้ในช่วงฝนตกหนักที่น้ำฝนมักจะปนมากับฝุ่นบนกระจกจนเป็นโคลนเหนียว การชะล้างกระจกควรลดความเร็วรถก่อนะครับเพื่อป้องกันการมองเห็นขณะขับขี่

-เปิดไฟส่องสว่าง ถึงแม้ว่าคุณจะขับรถอยู่ในตอนกลางวัน แต่ถ้าเจอสภาพฝนหนักๆก็ควรจะเปิดไฟหน้ารถไว้ เพื่อให้รถคันอื่นที่ใช้ถนนมองเห็นรถของคุณได้ง่ายและเป็นการเพิ่มการมองเห็นในกับผู้ขับเอง

-เติมลมยางให้แข็งขึ้น ข้อนี้เป็นการเตรียมตัวที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะการเติมลมยางให้แข็งขึ้น 2-3 ปอนด์เพื่อให้ยางรีดน้ำได้เร็วขึ้นและเป็นการเพิ่มการเกาะพื้นถนนไปในตัวครับ

-เลี่ยงการขับลุยแอ่งน้ำ แน่นอนว่าถ้าขับลุยแอ่งน้ำด้วยความเร็ว จะทำให้รถเสียการทรงตัวหรือไถลได้ ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงครับแต่ถ้าเป็นทางที่เลี่ยงไม่ได้ก็แนะนำให้ลดความเร็วเป็นอันดับแรกแล้วค่อยขับผ่านแอ่งน้ำ ง่ายๆแต่ได้ใจความ 555+

-เว้นระยะห่างให้พอดี เพราะว่าสภาพฝนตกหนักทำให้ถนนลื่นและวิสัยทัศในการขับขี่ที่แย่ลง การเว้นระยะห่างในการขับจะช่วยให้คุณมีระยะเบรกหากเกิดเหตุฉุกเฉินนั่นเอง

ลองทำตามกันดูนะครับเพราะช่วงนี้ฝนตกทู๊กกกกกกวัน แอดมินเป็นห่วงทุกๆคนถึงได้นำบทความนี้มาฝาก แล้วคนรอบข้างของคุณล่ะครับ…เค้าเหล่านั้นก็คงห่วงคุณมากๆเช่นกัน 🙂 ดังนั้นอย่าลืมขับขี่ปลอดภัยอย่างมีสตินะครับผม

โตโยต้าริช เคียงข้างคุณตลอดไป

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

รู้หรือไม่…สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์แล้วสามารถวิ่งต่อได้อีกเท่าไร

Published

on

By

สัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันโชว์เราสามารถวิ่งต่อได้อีกกี่กิโลเมตร ?
เมื่อสัญญาณไฟแจ้งเตือนน้ำมันสว่างขึ้นคนส่วนใหญ่จะคิดว่าน้ำมันรถของคุณหมดไม่เหลืออยู่ในถังแล้ว
แต่ที่จริงนั้นรถของคุณจะยังมีน้ำมันในถังเหลืออยู่ประมาณ 8-11 ลิตร แล้วแต่รุ่นรถ (อ้างอิงตามผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา)
หรือประมาณเกือบ 100 กิโลเมตร แล้วแต่รุ่นรถของคุณเพื่อให้คุณสามารถหาปั๊มน้ำมันเติมได้

ข้อแนะนำ
1. หากเห็นว่าน้ำมันใกล้หมดก็ควรเติมเสียก่อน เพราะการทำงานของระบบวัดระยะทางของรถแต่ละคันจะแตกต่างกันไป หากขับรถเจอจราจรติดขัด ระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจต่ำกว่าในข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นได้
2. ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถังบ่อยๆเพราะอาจะมีปัญหาเกี่ยวกับปั๊มเชื้อเพลิงในอนาคตได้
3. ก่อนเดินทางไกลควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง และศึกษาเส้นทาง ปั๊มน้ำมันตามจุดๆต่างๆ ที่เราผ่านในเส้นทางนั้น

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Published

on

By


แม่เป็นคำนิยามสั้นๆ แต่ความหมายลึกซึ้ง เป็นความผูกพันที่ไม่มีวันหายจากกัน
เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข เป็นความจริงใจที่ไม่มีวันผันแปร
คุณอาจจะรักคนทั้งโลกได้แต่คุณจะไม่ได้รับความรักจากคนทั้งโลกเท่ากับความรักของแม่ที่มีให้คุณ
อย่าอายที่จะบอกรักแม่ อย่ากลัวที่จะทำเพื่อแม่ อย่าได้แต่คิดที่จะทำ….ให้แม่
เพราะแม่ไม่เคยอาย ไม่เคยกลัว และไม่เคยแค่คิดที่จะทำให้เราเลยสักครั้ง
อย่าให้เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างไร้ความหมาย …….
บริษัท โตโยต้าริช จำกัด ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระลึกและตอบแทนพระคุณของแม่
วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง ?

Continue Reading

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

จอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น มีความผิดตามกฎหมาย!?

Published

on

By

จากข่าวที่กำลังเป็นกระแสโดยการจอดรถขวางหน้าบ้านจนทำให้เจ้าของบ้านเดือดร้อน เชื่อว่าหลายๆคนได้ให้ความสำคัญกับข่าวนี้เป็นอย่างมากและมีคำถามตามมาในภายหลังว่าการจอดรถหน้าบ้านผู้อื่นจนทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร วันนี้มีคำตอบครับ

ตามกฎหมาย มาตรา 397 ได้กล่าวไว้ว่า “ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท”

เทียบเคียงฎีกา 1908/2518 “จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุ เป็นเพียงขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น ส่วนตัวโจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยได้ การกระทำของจำเลย ยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310* แต่เป็นการรังแกข่มเหงทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ แม้ซอยนั้นจะอยู่ในที่ดินของผู้มีชื่อซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้าน แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397”

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการจอดรถขวางหน้าบ้านผู้อื่นมีความผิดตามกฎหมาย สำหรับใครที่ทราบแบบนี้แล้วเวลาเดินทางแล้วจะหาที่จอดรถก็อยากให้ระมัดระวังกันด้วยนะครับว่าจะคุณไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างน้อยก็อยากให้ถือคติเอาใจเขามาใส่ใจเรากันให้เยอะๆคิดกลับกันว่าถ้าหากเราตกอยู่ในสถานะเจ้าบ้านที่ได้รับผลกระทบแบบนี้แล้วเราก็คงไม่แฮปปี้สักเท่าไหร่

หมายเหตุ : ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Continue Reading

Trending