การรันอินคืออะไร? และจำเป็นต้องทำหรือไม่?

รันอินคืออะไร?

“การรันอินคืออะไร? และจำเป็นต้องทำหรือไม่?”

เป็นข้อถกเถียงกันมานานสำหรับการรันอินรถใหม่ที่เพิ่งถอยจากโชว์รูมรถ ว่าแท้จริงแล้วจำเป็นหรือไม่ที่ต้องทำการรันอินเป็นระยะทาง 1,000 กิโล วันนี้โตโยต้าริชจะมาไขข้อข้องใจในบทความนี้กัน

การรันอิน (Run-In) หรือเบรคอิน คือการปรับสภาพเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนต่างๆของรถให้เข้าที่เข้าทางเพื่อพร้อมใช้งานในระยะยาว เนื่องจากรถใหม่ที่ออกจากศูนย์ยังไม่ได้ถูกใช้จนถึงจุดที่พร้อมจะทำงาน น้ำมันเครื่องและน้ำมันหล่อลื่นก็ยังไม่ได้หล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆอย่างเต็มที่เหมือนรถที่ขับมาอย่างยาวนาน ดังนั้น จึงต้องมีการปรับสภาพกันก่อนเพื่อรถยนต์คู่ใจจะได้รีดประสิทธิภาพเต็มที่ รวมถึงช่วยยืดอายุชิ้นส่วนต่างๆของรถคุณนั่นเองครับ โดยปกติจะทำการรันอินอยู่ที่ประมาณ 1,000 กิโลเมตรแรกที่ออกรถ โดยมีข้อปฏิบัติง่ายๆดังนี้ครับ

การรันอินคืออะไร?

  1. ขับขี่รถแบบนุ่มนวล ไม่ขับกระชากหรือเหยียบคัเร่งกะทันหันรวมถึงการเบรครถ เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักจนสึกหรอได้ ถ้าขับในการจราจรที่ติดขัดก็ไม่ต้องรีบที่จะเหยียบคันเร่งหรือเบรคก็จะช่วยได้มากเลยล่ะครับ
  2. อุ่นเครื่องยนต์ก่อนขับขี่บนท้องถนน เพราะจะช่วยให้น้ำมันเครื่องเข้าไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆได้เต็มที่ และช่วยให้การเสียดสีระหว่างชิ้นส่วนน้อยลง การอุ่นเครื่องยนต์นั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้อย่างเดียว แต่สามารถที่จะขับรถในความเร็วที่ต่ำเพื่อเป็นการอุ่นเครื่องไปในตัวได้เช่นกันครับ
  3. เครื่องยนต์เบนซินไม่ควรขับเกิน 2,500 รอบต่อนาทีสำหรับ 1,000 กิโลเมตรแรก เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้รอบสูงที่จะทำให้เกิดการสึกหรอและช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ และเมื่อผ่านไป 1,500 กิโลเมตรแรกสามารถเพิ่มรอบได้ไม่เกิน 3,000 รอบต่อนาที ระยะทางที่สามารถใช้รอบได้อย่างเต็มที่คือเมื่อผ่านไปแล้ว 2,500 กิโลเมตรครับ สามารถปรับรอบได้ตามความเหมาะสมแต่ไม่ควรให้รอบสูงเกินไปครับ
  4. สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลไม่ควรขับเกิน 2,000 รอบต่อนาทีสำหรับ 1,000 กิโลเมตรแรก และเมื่อผ่านไป 1,500 กิโลเมตรแรกสามารถเพิ่มรอบได้ประมาณ 2,500-2,800 รอบต่อนาที ระยะทางที่สามารถใช้รอบได้อย่างเต็มที่คือเมื่อผ่านไปแล้ว 2,500 กิโลเมตรครับ
  5. ไม่ขับด้วยความเร็วคงที่นานๆ การขับเดินทางไกลหรือการขับในสภาพการการจราจรที่ติดขัดเป็นอุปสรรคต่อการรันอิน เพราะจะต้องใช้ความเร็วคงที่ ซึ่งขัดกับหลักของการรันอินคือการทำให้รอบเครื่องยนต์ทำงานเต็มที่ ณ ระดับรอบต่างๆ(ในรอบต่ำไม่เกิน 3,000 รอบต่อนาที)เพื่อปรับสภาพเครื่องยนต์และชิ้นส่วนต่างๆ ดังนั้นควรปรับเปลี่ยนสไตล์การขับบ้างก็จะช่วยให้การรันอินมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ
  6. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและสารหล่อลื่นต่างๆเร็วกว่าปกติ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและสารหล่อลื่นต่างๆก่อนการเช็คตามระยะก็เป็นการถนอมเครื่องยนต์ไปในตัว เพราะรถที่ทำการรันอินใหม่ๆเครื่องยนต์จะมีการเสียดสีและทำให้มีเศษโลหะจากการเสียดสีปะปนอยู่ในน้ำมันเครื่องปริมาณมากกว่าปกติ

เป็นไงบ้างครับกับการรันอินรถใหม่ ข้อแนะนำดังกล่าวสามารถทำตามได้ง่ายๆโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับในช่วงแรกๆ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อถนอมและยืดอายุการใช้งานรถคู่ใจนั่นเอง และการรันอินก็ยังมีข้อดีอื่นๆตามมานั่นก็คือ ทำให้ผู้ขับเองได้ปรับตัวให้คุ้นชินกับรถและพร้อมที่จะขับขี่ได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องกังวลว่ารถยนต์ที่ขับจะมีปัญหาอะไรตามมา เพียงเท่านี้ก็คงพอจะตอบคำถามที่ถกเถียงกันมาได้แล้วล่ะครับว่า “ควรจะรันอินหรือไม่”


แสดงความคิดเห็น

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความน่าสนใจอื่นๆ

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

ถุงลมนิรภัย สำคัญต่อชีวิตยังไง

ถุงลมนิรภัย สำคัญต่อชีวิตยังไง รถยนต์ในปัจจุบันนี้มีการพัฒนาหลายๆด้าน ทั้งสมรรถนะเครื่องยนต์ ความประหยัดน้ำมัน Read more…

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

ไฟไอติมคืออะไร ทำไมถึงผิดกฏหมาย?

ไฟไอติมคืออะไร ทำไมถึงผิดกฏหมาย? เป็นกระแสอย่างมากกับการติดไฟหรี่เลี้ยวสีฟ้าหรือไฟไอติม ซึ่งสายซิ่งแต่งกันเยอะมาก ล่าสุดได้มีการประกาศให้การติดไฟไอติมผิดกฏหมายเป็นที่เรียบร้อย Read more…

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

น้ำมันเครื่องหายเกิดจากอะไร?

น้ำมันเครื่องหายเกิดจากอะไร? หน้าที่หลักๆของน้ำมันเครื่องคือช่วยหล่อลื่นให้กับชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ รวมไปถึงลดการสึกหรอ ป้องกันการเกิดสนิม อีกทั้งยังทำหน้านี้ทำความสะอาดเครื่องยนต์ไปในตัว Read more…

Articles | บทความเกี่ยวกับรถยนต์

4 ข้อเสียเมื่อขับรถตกหลุมบ่อยๆ

4 ข้อเสียเมื่อขับรถตกหลุมบ่อยๆ การขับรถในแต่ละวันย่อมเจอสภาพการจราจรที่ต่างกันไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือนอกเมือง ทั้งทางเรียบและหลุมบ่อซึ่งในบางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่รู้หรือไม่ว่าการขับรถตกหลุมบ่อยๆส่งผลเสียต่อรถคุณและอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถตามมา Read more…